กฟผ. กางยุทธศาสตร์ PDP 2026 ดันพลังงานหมุนเวียน 50% รับศึกใหญ่ Data Center


กฟผ. (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พลังงานภายใต้แผน PDP 2026 เพื่อปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศไทยไปสู่พลังงานสะอาด โดยมุ่งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ได้ถึง 50% รับมือกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง การดำเนินงานครั้งนี้ตระหนักถึงการรักษาสมดุล 3 ด้านหลัก (Energy Trilemma) ได้แก่ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงาน และต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ไม่เป็นภาระต่อประชาชนและภาคธุรกิจเกินไป

ยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีหลักในการขับเคลื่อน

  • โซลาร์เซลล์ลอยน้ำผสมผสาน (Hydro-Floating Solar Hybrid): ต่อยอดจากพื้นที่เขื่อนเดิม เช่น เขื่อนสิรินธรและเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับพลังน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าโดยไม่ต้องเสียพื้นที่ป่าหรือที่ดินเพิ่มเติม
  • เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR - Small Modular Reactor): อยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาเป็นแหล่งพลังงานฐาน (Base Load) ที่สะอาด ไม่มีปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีจุดเด่นคือใช้พื้นที่น้อย ความปลอดภัยสูง และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตตามความต้องการของพื้นที่ได้แม่นยำ
  • ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems): แก้ปัญหาความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน (เช่น แสงแดดและลม) โดยนำร่องติดตั้งระบบแบตเตอรี่ (BESS) ในพื้นที่ชัยภูมิและชัยบาดาล ควบคู่ไปกับการบริหารโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage) ที่เขื่อนลำตะคอง ความจุ 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สีเขียวขนาดใหญ่รองรับความผันผวนของระบบ
  • ยกระดับสายส่งและมาตรฐานเสถียรภาพ: เสริมความแข็งแกร่งของระบบสายส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3.8 กิกะวัตต์ พร้อมวางเป้าหมายมาตรฐานความคงที่ของระบบไฟฟ้า ให้มีอัตราไฟฟ้าดับเฉลี่ยไม่เกิน 1 วันต่อปี ซึ่งเทียบเคียงกับมาตรฐานระดับสากลของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (0.1 - 2.4 วันต่อปี)
  • โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และ EV Ecosystem: กระจายศูนย์การบริหารจัดการไฟฟ้าผ่านระบบ Smart Grid นำร่องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเปลี่ยนผู้บริโภคทั่วไปให้กลายเป็นผู้ผลิตร่วม (Prosumer) พร้อมตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EleX by EGAT) รวมมากกว่า 650 แห่งทั่วประเทศ
การปรับตัวของ กฟผ. ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการผลิตไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ (Centralized) ไปสู่ระบบนิเวศพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Ecosystem) ที่เชื่อมโยงโครงข่ายเทคโนโลยี นวัตกรรมกักเก็บพลังงาน และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม