เจาะลึกจุดเปลี่ยน "ตลาดคาร์บอน APAC" (2026–2030)


ตลาดคาร์บอนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังก้าวพ้นยุค "การวางนโยบาย" และเข้าสู่ยุค "ลงมือทำจริง" อย่างเต็มตัว ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญนี้ขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก

  • กติการะดับโลกเริ่มบังคับใช้: การนำกลไกมาตรา 6 (Article 6) ของความตกลงปารีสมาใช้จริง
  • ระบบซื้อขายสิทธิ (ETS): ขยายตัวมากขึ้นในหลายประเทศ
  • มาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน: เช่น CBAM ของสหภาพยุโรป ที่บีบให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัว
เทคโนโลยีและกุญแจสำคัญในยุคใหม่

ทิศทางจากเวทีระดับภูมิภาคอย่าง Climate Futures APAC Summit 2026 ชี้ชัดว่า ตลาดคาร์บอนยุคนี้จะเน้นเรื่อง คุณภาพและความโปร่งใส โดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก:

  1. Digital MRV & Carbon Accounting: การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้คาร์บอนเครดิต
  2. ความร่วมมือไร้พรมแดน (ACCF & HACI): การจับมือกันในกลุ่มอาเซียน (รวมถึงไทย) เพื่อสร้างมาตรฐานกรอบคาร์บอนร่วมกัน และเชื่อมโยงตลาดซื้อขายข้ามพรมแดน

คุณกลอยตา ณ ถลาง จากบางจากฯ ได้ร่วมแชร์วิสัยทัศน์ในงานเสวนาไว้อย่างน่าสนใจว่า "ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด"

ปัจจุบันบางจากฯ ได้ทรานส์ฟอร์มองค์กรจากโรงกลั่นน้ำมัน สู่การลงทุนในพลังงานสะอาดและเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) โดยมองว่าเกณฑ์ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์