เปลี่ยน "ซากโซลาร์เซลล์" เป็นขุมทรัพย์พลังงานยั่งยืน


TDRI เสนอให้ประเทศไทยพลิกวิกฤต "ภูเขาขยะโซลาร์เซลล์" ที่กำลังทยอยหมดอายุการใช้งาน ให้กลายเป็น "เหมืองในเมือง" (Urban Mining) ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่และช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศอย่างยั่งยืน ผ่าน 4 แนวทางหลัก:

1. รีไซเคิลวัสดุมีค่า (Urban Mining)

  • แผงโซลาร์เซลล์ที่หมดอายุไม่ใช่ขยะ แต่ประกอบด้วยวัสดุมีค่า เช่น กระจก (70%), ซิลิกอน, ทองแดง และเงิน
  • คาดการณ์ว่าในปี 2583 การสกัดแร่เหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้ตั้งแต่หลายร้อยล้านไปจนถึงระดับหลายพันล้านบาท
2. บุกตลาด "โซลาร์เซลล์มือสอง"

  • แผงที่ผ่านการใช้งานมา 20-30 ปี แม้ประสิทธิภาพจะลดลงจนไม่เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรม แต่ยังมีไฟพอสำหรับภาคการเกษตรหรือพื้นที่ที่ใช้ไฟฟ้าน้อย
  • ข้อเสนอสำคัญ: รัฐต้องเร่งสร้าง "มาตรฐานโซลาร์เซลล์มือสอง" เพื่อควบคุมคุณภาพและไม่เป็นการเอาเปรียบเกษตรกร
3. เพิ่มความมั่นคงและลดต้นทุนแฝง

  • ลดการพึ่งพาต่างชาติ: นำวัตถุดิบปลายน้ำกลับมาวนใช้ใหม่ ลดการนำเข้าเทคโนโลยีต้นน้ำ
  • ลดความเสี่ยงการลงทุน: หากมีระบบจัดการซากที่ดี จะช่วยลดต้นทุนความเสี่ยง (Risk Premium) ของโครงการโซลาร์ฟาร์มลงได้ 0.5-0.6%
  • รักษ์โลกแถมเซฟภาพลักษณ์: การฝังกลบหรือเผาแบบเดิมจะเพิ่มรอยเท้าคาร์บอน (Carbon Footprint) ถึง 2 เท่า ซึ่งส่งผลเสียต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
4. ปลดล็อคข้อจำกัดที่ต้องเร่งทำ

  • แก้กฎหมายเก่า: ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย เช่น พรบ. ค้าของเก่า พ.ศ. 2474 ให้เอื้อต่อธุรกิจรีไซเคิลยุคใหม่
  • ทำ Big Data: เร่งจัดทำฐานข้อมูลการติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั่วประเทศ เพื่อให้รู้พิกัดและจำนวนที่แน่นอนในการวางแผนเก็บกู้ในอนาคต
การบริหารจัดการซากโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่อย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่คือการสร้าง "ห่วงโซ่มูลค่าใหม่" ที่จะกลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ทำให้ประเทศไทยพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนครับ