ฟิลิปปินส์แห่ติด "โซลาร์เซลล์" หนีวิกฤตค่าไฟแพงอันดับต้น ๆ ของอาเซียน
ชาวฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับ วิกฤตค่าไฟแพงหูฉี่ (ชนชั้นกลางต้องแบกรับค่าไฟสูงถึง 12% ของรายได้ต่อเดือน) ซ้ำร้ายรัฐบาลแทบไม่มีการอุดหนุนราคาพลังงานเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน แถมยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินเปโซอ่อนค่า ทำให้ต้นทุนนำเข้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น สถานการณ์บีบคั้นนี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "โซลาร์รูฟท็อปฟีเวอร์" ประชาชนและภาคครัวเรือนแห่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เองเพื่อความอยู่รอด จนดันให้ฟิลิปปินส์กลายเป็น ประเทศที่ทุ่มงบนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์สูงที่สุดในโลก (อ้างอิงจากตัวเลขการส่งออกของจีนที่พุ่งทะยานสู่ฟิลิปปินส์ถึง 407 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาเพียง 3 เดือน)
ปัจจัยหนุน และ อัตราการเติบโต
- คืนทุนไวขึ้น: ระยะเวลาคืนทุนสั้นลงเหลือเพียง 3.1 ปี (จากเดิม 4 ปี) ยิ่งกระตุ้นให้คนตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น
- ดีมานด์พุ่งกระฉูด: บริษัทผู้รับเหมาโซลาร์เซลล์ในมะนิลามียอดติดต่อสอบถามเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า โดยบางวันต้องตอบคำถามลูกค้าสูงถึง 3,000 ราย
- คาดการณ์อนาคต: นักวิเคราะห์ประเมินว่าภายใน 2 ปี กำลังผลิตโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือนจะโตเกือบ 3 เท่า แตะระดับ 3,500 เมกะวัตต์ (MW)
อุปสรรคสำคัญที่ยังต้องเจอ
แม้คนจะสนใจมาก แต่การเปลี่ยนผ่านพลังงานยังมีข้อจำกัด:
- ข้อจำกัดด้านซัพพลายเชน: ตลาดกำลังเจอปัญหากักตุนอุปกรณ์ ต้นทุนผันผวน และขาดมาตรฐานการตรวจสอบที่ชัดเจน ทำให้ผู้รับเหมาทำงานล่าช้า
- ต้นทุนเริ่มต้น (Upfront Cost) สูงเกินเอื้อม: ค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์มักจะสูงกว่ารายได้เฉลี่ยต่อปีของครัวเรือน (353,200 เปโซ)
- นโยบายรัฐไม่ครอบคลุม: แม้มีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากรัฐ แต่กลับไม่ครอบคลุมพนักงานบริษัทเอกชน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึง
Tags:
LIFE