ไฮไลต์งาน “ASEW 2026” จุดนัดพบเทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลก


งาน ASIA Sustainable Energy Week 2026 (ASEW 2026) ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) ผ่านความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมเปลี่ยนโลก

5 เทคโนโลยีและเทรนด์กระแสหลักในงาน

  • พลังงานไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen): พลังงานสะอาดแห่งอนาคตที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน ตัวแปรสำคัญในการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมหนักและระบบขนส่งเชิงพาณิชย์
  • เทคโนโลยี CCUS (Carbon Capture, Utilization and Storage): นวัตกรรมการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน เครื่องมือหลักสำหรับโรงงานปูนซีเมนต์ โรงกลั่นน้ำมัน และอุตสาหกรรมเหล็ก
  • ดิจิทัลและ AI บริหารพลังงาน: การนำปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีขั้นสูงมาเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในโรงงาน เพื่อรับมือกับมาตรการสิ่งแวดล้อมโลกอย่าง CBAM ของยุโรป
  • อาคารสีเขียวและวัสดุความยั่งยืน: เทรนด์การออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ และวัสดุคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities)
  • เชื้อเพลิงยั่งยืน (Sustainable Fuels): การผลักดันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) และเชื้อเพลิงทางทะเลยั่งยืน (SMF) เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดของภาคการขนส่งที่ลดคาร์บอนได้ยาก

โอกาสทางธุรกิจและเครือข่ายระดับสากล

งานในปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีวิชาการ แต่ยกระดับสู่ "ศูนย์กลางธุรกิจพลังงานสะอาด" โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:

  • ขนทัพแบรนด์พลังงานชั้นนำกว่า 1,500 แบรนด์ จากทั่วโลก บนพื้นที่กว่า 27,000 ตารางเมตร
  • จัดเต็มเซสชันสัมมนาและการประชุมวิชาการมากกว่า 200 หัวข้อ
  • คาดการณ์ยอดผู้เข้าชมงานหลั่งไหลมากกว่า 32,000 คน
  • โซนไฮไลต์พิเศษ: Hydrogen District, Carbon Free Valley, Data Center and Cloud District, และ Smart Building District
  • จัดร่วมกับงาน MobilityTech Asia – Bangkok (MTAB) เพื่อเชื่อมต่อเทคโนโลยีพลังงานเข้ากับยานยนต์อัจฉริยะและการขนส่งแห่งอนาคตอย่างครบวงจร

วิกฤตภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และการเปลี่ยนผ่านนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว เวที ASEW 2026 จึงเป็นเสมือนสะพานเชื่อมชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนจาก "งานวิจัยบนหิ้ง" ให้กลายมาเป็น "เม็ดเงินลงทุนและนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง" ในภาคอุตสาหกรรมครับ