AI โตเร็วดุจรถ F1 ในความมืด: เวที IMF-World Bank ถกวิกฤตและความหวังเศรษฐกิจโลก
ในการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพฯ เวทีเสวนา "AI and the Global Economy: From Risk to Opportunity" ได้กลายเป็นศูนย์กลางการถกเถียงถึงผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงานโลก โดยมี Richard Quest จาก CNN เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมผู้ร่วมเสวนาจากภาคการเงิน เทคโนโลยี และการโลจิสติกส์ระดับโลก
สรุปประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนา:
- ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน: Kristalina Georgieva (กรรมการผู้จัดการ IMF) เปิดเผยข้อมูลว่า AI กำลังสร้างความต้องการทักษะใหม่สูงถึง 10% ของตำแหน่งงาน ขณะที่งานประจำเริ่มหายไป แต่อุปสงค์ภาคบริการที่เติบโตกลับสร้างงานค่าจ้างต่ำ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องแรงงานรุ่นใหม่ต้องทำงานไม่ตรงสาย ด้าน Jack Clark (Anthropic) ระบุว่าองค์กรเริ่มชะลอการจ้างบัณฑิตจบใหม่เพื่อหันไปหาผู้มีประสบการณ์มาควบคุม AI
- การรับมือและบทบาทภาครัฐ-เอกชน: Ayesha Khanna (Addo) ยกโมเดลประเทศสิงคโปร์ที่มุ่ง "ปกป้องคนทำงาน" ผ่านการฝึกทักษะฟรีและสนับสนุนค่างาน ขณะที่ Tiff Macklem (ธนาคารกลางแคนาดา) ย้ำว่าภาคเอกชนต้องร่วมรับผิดชอบในการรีสกิลพนักงาน เพื่อป้องกันกระแสตีกลับทางการเมือง
- ผลิตภาพที่ยังมาไม่ถึงระดับองค์กร: แม้พนักงานจะทำงานเร็วขึ้น แต่หลายองค์กรยังไม่เห็นกำไรเพิ่มขึ้นจริง Tobias Meyer (ซีอีโอ DHL Group) ชี้ว่าเน้นการใช้ AI เฉพาะจุดที่คุ้มค่าและแม่นยำสูง เช่น งานศุลกากรและบริการลูกค้า มากกว่าการอัดงบโครงการไอทีขนาดใหญ่
- การลงทุนและกติกาควบคุม: แม้เงินลงทุนใน infrastructure และ Data Center จะพุ่งสูงจนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดคือการกำกับดูแล โดย Clark เปรียบสถานการณ์ปัจจุบันว่าเหมือน "การแข่ง F1 ตอนกลางคืนที่รถยังไม่มีเบรก" จึงต้องเร่งสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและความโปร่งใสร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ก่อนที่เทคโนโลยีจะสร้างความโกลาหล
Tags:
ข่าวไอที
