จีนทุ่มสุดตัว! อัดฉีดงบ 5 เท่าปั้น Embodied AI ใส่สมองหุ่นยนต์ ท้าชนสหรัฐฯ ชิงขั้วผู้นำเทคโนโลยีโลก
วงการหุ่นยนต์จีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม จากเดิมที่เน้นการพัฒนาฮาร์ดแวร์ภายนอกให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถวิ่ง เต้น หรือตีลังกาได้ มาสู่การแข่งขันในระดับ "สมองกล" ด้วยการเร่งพัฒนา Embodied AI เทคโนโลยีที่ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถคิด เรียนรู้ ปรับตัว และทำงานที่หลากหลายได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมกำกับทุกขั้นตอน
Key Highlights สรุปประเด็นสำคัญ:
- เม็ดเงินลงทุนพุ่งสูงขึ้น 5 เท่า: ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สตาร์ตอัปด้าน Embodied AI ในจีนระดมทุนไปได้สูงถึง 93,500 ล้านหยวน (ราว 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จาก 322 รายการ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ลงทุนมองเห็นกำไรในอนาคตที่ไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง (Hardware) แต่อยู่ที่ระบบซอฟต์แวร์ควบคุม (Software & AI)
- ศึกสองขั้วอำนาจ สหรัฐฯ vs จีน:
- สหรัฐฯ (ได้เปรียบด้าน AI ขั้นสูงและชิป): บริษัทชั้นนำอย่าง Physical Intelligence, Skild AI และ Generalist พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้หุ่นยนต์เรียนรู้ทักษะใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โมเดล GEN-1.5 ของ Generalist ทำงานสำเร็จ 60% หลังดูสาธิตเพียงไม่กี่วินาที
- จีน (ได้เปรียบด้านข้อมูลจริงและภาคการผลิต): สตาร์ตอัปจีนอย่าง X Square, Galaxea และ Spirit AI (มูลค่าราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง UBTech และ Unitree เร่งพัฒนา AI ที่เรียนรู้การจับถือสิ่งของจากวิดีโอมนุษย์ พร้อมใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกับโรงงานและอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อเก็บข้อมูลจริง
- กลยุทธ์การรวบรวมข้อมูลจริง (Real-World Data):
- Spirit AI & ACE Robotics: จ้างคนบันทึกกิจกรรมประจำวัน และใช้อุปกรณ์สวมใส่เก็บค่าแรงจับ/การเคลื่อนไหว
- Robbyant (Ant Group): รวบรวมข้อมูลฝึก AI รวมกว่า 160,000 ชั่วโมง ทดสอบกับหุ่นยนต์ 20 รูปแบบจาก 17 แบรนด์
- DexForce: เน้นใช้สภาวะจำลอง (Simulation) ซึ่งเตรียมระบบงานอุตสาหกรรมได้ใน 6-8 ชั่วโมง และมีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 99.9%
- ข้อจำกัดและความท้าทาย: การขาดแคลนชิปประมวลผลขั้นสูง (เช่น Nvidia) จากมาตรการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้จีนต้องเร่งพัฒนาโมเดล AI ที่ประหยัดทรัพยากร พร้อมดันผู้ผลิตในประเทศอย่าง Huawei ขึ้นมาทดแทน
- รอคอย "ChatGPT Moment": ผู้บริหาร Unitree คาดการณ์ว่าการมาของโมเดล AI ยุคถัดไป (เช่น GPT-7) อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานสำเร็จได้ถึง 80% ในสภาพแวดล้อมใหม่ผ่านคำสั่งเสียง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการนำไปใช้เชิงพาณิชย์จริงยังต้องใช้เวลาพัฒนาต่ออีกหลายปี
Tags:
ข่าวไอที
