รัฐบาลเปิดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ: ดันโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน ดึงทุนไฮเทคแสนล้าน พร้อมยกระดับเกษตรกรรมไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและพลังงานของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนประเทศผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด การส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และการยกระดับภาคการเกษตรเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
1. เดินหน้าโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน
- เงินอุดหนุน: สนับสนุนเงิน 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน สำหรับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (ใช้วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท จากกรอบเงินกู้ 200,000 ล้านบาท โดยทยอยเบิกจ่ายตามจริง)
- ประโยชน์: ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าในครัวเรือน และเปิดโอกาสให้ประชาชนสร้างรายได้เสริมจากการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้า
- เป้าหมายระยะยาว: เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (แสงอาทิตย์ ลม ขยะ และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร) ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก และลดภาระการลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่
- มาตรการเชื้อเพลิง: มุ่งเน้นลดภาษีน้ำมัน E20 และ B20 เพื่อส่งเสริมไบโอดีเซลและเอทานอล ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง โดยปฏิเสธการลดภาษีน้ำมันทุกชนิดพร้อมกันเพื่อรักษาวินัยทางการคลัง
- ยอดการลงทุน: นักลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงตั้งเป้าลงทุน 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 (ปัจจุบันลงทุนแล้วกว่า 80,000 ล้านบาท)
- จุดแข็งของไทย: ความพร้อมด้านระบบโลจิสติกส์ ความมั่นคงทางพลังงาน และศักยภาพบุคลากรไทยด้าน AI และเทคโนโลยี
- การปลดล็อกกฎระเบียบ: ปรับปรุงข้อจำกัดด้านกฎหมายและผังเมือง (เช่น ขนาดพื้นที่และความสูงอาคารพักอาศัยแรงงาน) พร้อมใช้ BOI เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)
- การสนับสนุน SME: กำหนดมาตรการเครดิตเทอม ชำระค่าสินค้าเกษตรไม่เกิน 30 วัน และสินค้าทั่วไปไม่เกิน 45 วัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
- วาระแห่งชาติ: เตรียมนำวาระเกษตรเข้า ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก
- มหกรรมพืชสวนโลก: เชิญชวนร่วมงานที่ จ.อุดรธานี เพื่อแลกเปลี่ยนนวัตกรรมทางการเกษตรระดับนานาชาติ
- การดูแลชายแดน: ควบคุมการเปิด-ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ปราบปรามสแกมเมอร์ และปกป้องราคาผลผลิตของเกษตรกรไทย
