ส่องปม Data Center ใจกลางเมือง: โจทย์ใหญ่ กทม. กับอำนาจควบคุมที่ยังมีจำกัด
เจาะลึกประเด็นร้อนเมื่อ Data Center (ศูนย์ข้อมูล) ขนาดใหญ่กำลังปักหมุดขยายตัวสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ทั้งย่านพระราม 9, หัวหมาก ไปจนถึงถนนวิทยุ จนเกิดคำถามใหญ่ถึงความเหมาะสม ผลกระทบต่อชุมชน และอำนาจในการกำกับดูแลของหน่วยงานท้องถิ่นอย่าง กทม.
สรุปสาระสำคัญของข่าว
- ข้อจำกัดทางกฎหมาย: ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแล Data Center โดยตรง ส่งผลให้โครงการส่วนใหญ่มักยื่นขออนุญาตก่อสร้างในฐานะ "คลังสินค้า" หรือ "อาคารสำนักงาน" ซึ่งกฎหมายผังเมืองและอาคารในปัจจุบันไม่ได้ห้ามไว้ กทม. จึงมีอำนาจจำกัดและจำต้องอนุญาตหากปฏิบัติตามเกณฑ์ผังเมือง (เช่น กรณีพระราม 9 ซอย 6)
- ผลกระทบเฉพาะตัว: Data Center มีลักษณะต่างจากคลังสินค้าทั่วไปอย่างมาก เพราะใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาลตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบทำความเย็น ปล่อยความร้อน/เสียง และมีการเก็บน้ำมันดีเซลสำรองปริมาณสูงสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
- กรณีตรวจสอบ: กรณีพระราม 9 ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายผังเมือง (พื้นที่สีน้ำตาล ย.9-18) แต่กรณีซอยรามคำแหง 28 รัฐบาล (กระทรวงดีอี) อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่
- ภาพรวมการเติบโต: ข้อมูลจาก Arizton ระบุว่า ณ เดือนกันยายน 2568 กรุงเทพฯ มี Data Center เปิดแล้ว 31 แห่ง และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 8 แห่ง ขณะที่ภาพรวมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ช่วงปี 2567–2569 มีโครงการอนุมัติแล้ว 42 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 750,000 ล้านบาท
- แนวทางแก้ไขของรัฐ: คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (ปี 2569) เพื่อวางกรอบกำกับดูแล 4 มิติ (ประโยชน์ประเทศ, พลังงาน, น้ำ, และสิ่งแวดล้อม/ผังเมือง) พร้อมจัดทำ Power Map และ Water Map เพื่อกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมในอนาคต