PDP2026 พิมพ์เขียวพลังงานยุค AI และ Data Center

 

ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP2026 (พ.ศ. 2569-2593) ดำเนินการคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% และกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ โดยเตรียมเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณาในเดือนสิงหาคม 2569 ก่อนวางเป้าหมายประกาศใช้อย่างเป็นทางการภายในปลายเดือนกันยายน 2569 นี้

แผนฉบับนี้ถือเป็นการยกระดับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง เพื่อรับมือกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 โดยมีจุดเน้นสำคัญดังนี้ครับ

1. ขยายกรอบเวลา 25 ปี มุ่งสู่ Net Zero 2050

PDP2026 ได้ขยายระยะเวลาของแผนออกไปเป็น 25 ปี (2569–2593) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าไทยให้ได้ถึง 60% ภายในปี 2050

2. ขับเคลื่อนด้วยยักษ์ใหญ่เศรษฐกิจดิจิทัล: Data Center & AI

ปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้ต้องปรับแผน คือความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และ AI ที่ประเมินว่าอาจสูงถึง 30,000 เมกะวัตต์ ในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงปี 2568 ถึงมีนาคม 2569 มีโครงการ Data Center และ Data Hosting ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI รวม 34 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 715,295 ล้านบาท

เนื่องจากกลุ่มทุนระดับโลกต้องการไฟฟ้าที่มีความมั่นคงสูงและต้องเป็น "พลังงานสะอาด" ภาครัฐจึงเตรียมออกมารองรับด้วยมาตรการต่างๆ เช่น

  • การกำหนดอัตราค่าไฟเฉพาะสำหรับ Data Center
  • การทำแผนที่พลังงานและน้ำ (Power & Water Map) เพื่อจัดสรรพื้นที่เหมาะสม
  • การเปิดระบบซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA) ให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่ซื้อจากผู้ผลิตได้โดยตรง

3. กระจายการผลิตสู่ภาคประชาชน (Solar Rooftop)

ปรับจากระบบโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จากส่วนกลาง ไปสู่การกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้า โดยมีการปลดล็อกขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับใช้เอง และขยายโควตาการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปจากภาคครัวเรือนจากเดิม 90 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 500 + 500 เมกะวัตต์

4. ดึงนวัตกรรม BESS และ SMR เสริมความเสถียร

เพื่อแก้ปัญหาความไม่สม่ำเสมอของพลังงานหมุนเวียน แผนนี้จึงเน้นการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วย

  • BESS (Battery Energy Storage System): ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ นำไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ในช่วงกลางวันมาใช้ในช่วงที่มีการใช้ไฟสูง
  • SMR (Small Modular Reactor): เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ วางเป้าหมายการผลิตระยะยาวไว้ที่ 2,000–4,000 เมกะวัตต์ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานฐานที่สะอาดและมั่นคง

5. ควบคุมต้นทุนค่าไฟเฉลี่ย 4 บาทกว่า

คาดการณ์ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดช่วง 25 ปีของแผนจะอยู่ที่ประมาณ 4 บาท ถึง 4 บาทกว่าต่อหน่วย ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างเงินลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้ายุคใหม่กับภาระค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนการแข่งขันของภาคธุรกิจ

บทสรุปของ PDP2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่แผนการจัดหาโรงไฟฟ้า แต่คือการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุค AI และพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม