คลังเร่งอัดฉีด 2 แสนล้าน ปูทางเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดภาคขนส่ง-โซลาร์รูฟท็อป

 

กระทรวงการคลังเดินหน้าเร่งรัดการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท (จาก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน วงเงินรวม 4 แสนล้านบาท) เพื่อยกระดับและปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าที่มีสัดส่วนสูงถึง 65% และสร้างภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลก

3 เสาหลักในการขับเคลื่อนโครงสร้างพลังงานใหม่

รัฐบาลได้วางแนวทางกระตุ้นหรือ "Jump Start" เศรษฐกิจและโครงสร้างพลังงานผ่าน 3 มาตรการหลัก

  1. การเปลี่ยนผ่านภาคการขนส่ง: เริ่มต้นที่กลุ่มขนส่งสาธารณะ โดยจะปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดอย่างยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะมีการหารือรายละเอียดโครงการภายในสัปดาห์นี้
  2. การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop): กฟผ. และ กฟภ. ได้เริ่มหารือเบื้องต้นเพื่อดำเนินโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดแล้ว ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้แก่ประชาชน คาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569
  3. การพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Upskilling/Reskilling): เตรียมความพร้อมให้กับคนในประเทศเพื่อรองรับเทคโนโลยีและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว

ทำไมไทยต้องเร่ง "Jump Start" เรื่องนี้?

การนำเข้าพลังงานในปริมาณมากส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในไตรมาส 2/2569 กลับมาติดลบจากการนำเข้าพลังงาน ซึ่งนับเป็นการขาดดุลครั้งแรกในรอบหลายปี สะท้อนถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด การนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นทั้งมาตรการระยะสั้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเป็นแผนระยะยาวในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดยกรอบเงินกู้ก้อนนี้สามารถทยอยอนุมัติและใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570