วิทยุการบินฯ เปิดตัว "Digital Tower Thailand" นำเทคโนโลยีอัจฉริยะคุม 34 สนามบิน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินโลก
วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) เดินหน้ายกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการบินโลก (World-class Aviation Hub) ด้วยการเปิดตัวโครงการ "Digital Tower Thailand" นำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น กล้องประสิทธิภาพสูง (Visual Surveillance) และระบบแสดงผลอัจฉริยะ มาช่วยเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (ATC) เพิ่ม safety และรองรับเที่ยวบินได้มากขึ้น
แผนยกระดับครอบคลุม 34 สนามบินทั่วประเทศ มีกรอบระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2570–2579) โดยแบ่งรูปแบบการจัดการตามความหนาแน่นของเที่ยวบิน ดังนี้:
- Digital Tower (Hybrid): ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเสริมหอบังคับการบินเดิม รองรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินหนาแน่นสูง (>100 เที่ยวบิน/วัน) รวม 5 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง (เริ่มใช้ปี 2572), สมุย, ภูเก็ต และเชียงใหม่
- Conventional Tower: คงการควบคุมประจำพื้นที่ตามปกติ สำหรับสนามบินหนาแน่นปานกลาง (>5,000 เที่ยวบิน/ปี) รวม 10 แห่ง เช่น หาดใหญ่, กระบี่, ขอนแก่น, เชียงราย
- Remote Tower: ควบคุมจราจรทางอากาศระยะไกลผ่านศูนย์ Remote Tower Center โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำสนามบิน เหมาะกับสนามบินหนาแน่นต่ำ (<5,000 เที่ยวบิน/ปี) รวม 13 แห่ง เช่น เบตง, นราธิวาส (เริ่มใช้ปี 2571), ตรัง, ลำปาง
- AFIS: ปรับเป็นระบบให้บริการ "ข้อมูลการบิน" บริเวณสนามบิน สำหรับสนามบินหนาแน่นต่ำและซับซ้อนน้อย รวม 6 แห่ง เช่น แม่สอด, ระนอง, แม่ฮ่องสอน
- Remote AFIS: ให้บริการข้อมูลการบินจากระยะไกลเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น โดยจะนำร่องยกระดับจากกลุ่ม AFIS ในอนาคต (รวมถึงเบตงและนราธิวาส)
Tags:
ข่าวไอที