เจาะเทรนด์ “Cross-City Living” เมื่อวิถีคนเมืองเปลี่ยน ที่พักอาศัยต้องตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน
วิถีชีวิตของคนทำงานและนักเดินทางยุคใหม่กำลังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด กรอบจำกัดของการทำงานและการพักอาศัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเมืองเพียงเมืองเดียวอีกต่อไป เทรนด์การใช้ชีวิตข้ามเมือง (Cross-City Living) ที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลให้ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยเปลี่ยนจากการมองหาเพียง "สถานที่นอนพักชั่วคราว" ไปสู่ "พื้นที่ยืดหยุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน"
เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และฮอสพิทาลิตี้จึงต้องปรับตัวอย่างเข้มข้น ดังเช่น ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่นำแบรนด์เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ "ชามา" (Shama) มาพัฒนาประสบการณ์การเข้าพักภายใต้แนวคิดหลัก “The Joy of Living” โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาวะแวดล้อมที่ช่วยให้ผู้พักอาศัยสามารถทำกิจกรรมประจำวัน พักผ่อน และทำงานได้อย่างกลมกลืน รวมถึงแนวคิด “Connected Neighborhood” ที่เน้นการเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับชุมชนโดยรอบผ่านโปรแกรมอย่าง Shama Social Club และ Shama Friends ช่วยลดช่องว่างทางความสัมพันธ์และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของย่านนั้นๆ ตั้งแต่วันแรก
เจาะลึกการวางตำแหน่งกลยุทธ์ตามทำเลเพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย (Multi-Generational & Lifestyle Specific):
- เน้นความสงบและเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง: ชามา เย็นอากาศ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย แต่ยังเชื่อมต่อย่านธุรกิจอย่างสาทร สีลม และพระราม 3 ได้สะดวก
- ตอบโจทย์คนทำงานใจกลางเมืองและครอบครัว: ชามา เลควิว อโศก ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เชื่อมต่อ BTS, MRT, สวนเบญจกิติ และศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
- รองรับกลุ่มเมดิคัลทัวริซึมและครอบครัว: ชามา สุขุมวิท เดินทางสะดวกใกล้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แหล่งช้อปปิ้ง และย่านธุรกิจ
- สายเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ และคนรุ่นใหม่: ชามา สุขุมวิท 101 ตั้งอยู่ใกล้กับย่านนวัตกรรมดิจิทัลสำคัญอย่าง True Digital Park และ Cloud11 ตอบโจทย์ Digital Nomad และคนทำงานยุคใหม่
- เฉพาะทางสำหรับการรักษาพยาบาล: ชามา เพชรบุรี 47 ตั้งอยู่ติดกับโรงพยาบาลกรุงเทพ สะดวกต่อผู้ที่เดินทางมารักษาร่างกายหรือปฏิบัติงานระยะสั้น
- สายไลฟ์สไตล์และพื้นที่สีเขียว: ชามา เอกมัย มุ่งตอบโจทย์คนที่ชอบความยืดหยุ่น ใกล้คาเฟ่และย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำ แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว