ภูเก็ตแก้วิกฤตขยะล้นเมือง! ชูโมเดล "แยก-ย่อย-ใช้" ตั้งเป้าลดขยะอาหาร 80% สู่เมืองสีเขียวปี 2040
ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตกำลังเผชิญ วิกฤตขยะล้นเตาเผา โดยมีปริมาณขยะสูงถึง 1,200–1,300 ตันต่อวัน แต่ศักยภาพเตาเผารองรับได้เพียง 700 ตัน ทำให้ส่วนเกินอีก 500–600 ตันต้องนำไปฝังกลบ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ขยะอาหารมีสัดส่วนสูงถึง 39% (ราว 470–500 ตันต่อวัน) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปริมาณขยะส่วนเกินที่ต้องนำไปฝังกลบในแต่ละวันพอดี
บริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด โดยคุณเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จึงได้เสนอทางออกโดยย้ายจุดจัดการขยะมาไว้ที่ "ต้นทาง" ผ่านโมเดล "แยก-ย่อย-ใช้" เพื่อช่วยลดภาระฝังกลบลง 80% ผลักดันภูเก็ตสู่เมืองสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องรอเตาเผาแห่งใหม่
โมเดล "แยก-ย่อย-ใช้" จัดการขยะที่จุดกำเนิด
- แยก (Separate): โฟกัสไปที่กลุ่มผู้ก่อขยะรายใหญ่ (Big Generators) เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ตลาดสด โรงพยาบาล และสถานศึกษา ซึ่งมีจุดทิ้งน้อยแต่สร้างมวลขยะปริมาณมหาศาล
- ย่อย (Digest): แปรรูปและย่อยสลายขยะ ณ จุดกำเนิด เพื่อลดน้ำหนักและตัดต้นทุนการขนส่งขยะออกนอกพื้นที่เกาะภูเก็ต
- ใช้ (Utilize): นำผลผลิตที่ได้จากการย่อย (เช่น ปุ๋ย หรือวัสดุปรับปรุงดิน) ไปจับคู่กับงานภูมิทัศน์เมืองและภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เป็นเพียงการ "ย้ายกองขยะ
การขับเคลื่อนนโยบายและเทคโนโลยีรักษ์โลก
นอกจากข้อเสนอเรื่องกลไก "ค่าธรรมเนียมขยะแบบแปรผันตามปริมาณ" เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลดขยะแล้ว ยังมีการเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนเรื่องสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) ยกระดับเกณฑ์มาตรฐานอาคารพลังงาน (BEC) และนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาปรับใช้จริง เช่น:
- Z'Food Zero Waste: เครื่องเปลี่ยนเศษอาหาร อาหารปรุงสุก เปลือกไข่ และกระดูก ให้เป็นวัสดุปรับปรุงดินภายใน 24 ชั่วโมง
- AquaTank: กล่องโมดูลาร์กักเก็บน้ำฝนใต้ดิน ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ช่วยบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เมือง
- ZiB ROOF: ระบบหลังคาช่วยสะท้อนความร้อน ลดภาระเครื่องปรับอากาศ และรองรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
- Landscape Engineering System: ระบบวิศวกรรมภูมิทัศน์สำหรับเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนโครงสร้างอาคาร