ไทยลุ้นเป็น Hub อวกาศอาเซียน! GISTDA เดินหน้าแผนดัน Spaceport แห่งแรก รับเศรษฐกิจอวกาศโลก


ประเทศไทยกำลังมีลุ้นครั้งใหญ่ในการก้าวขึ้นเป็น "ศูนย์กลางเศรษฐกิจอวกาศแห่งภูมิภาคอาเซียน" หลัง GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) เผยผลศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง ท่าอวกาศยาน (Spaceport) แห่งแรกของไทยและอาเซียน โดยชูข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และแผนการลงทุนยุคใหม่

3 ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ไทยได้เปรียบ

  1. ทำเลทองทางอวกาศ: ไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงจรวดจากแรงหมุนของโลก อีกทั้งยังมีแนวชายฝั่งภาคใต้และอ่าวไทยที่ใช้เป็นพื้นที่รองรับชิ้นส่วนจรวดตก (Drop Zone) ได้อย่างปลอดภัย
  2. โมเดลลงทุน PPP: โครงการนี้จะใช้รูปแบบ Public-Private Partnership (ร่วมทุนรัฐ-เอกชน) เพื่อลดภาระงบประมาณแผ่นดิน พร้อมดึงดูดเม็ดเงินและเทคโนโลยีจากนักลงทุนระดับโลก
  3. มากกว่าแค่ฐานปล่อยจรวด: Spaceport จะเป็นศูนย์รวมโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ทั้งศูนย์ทดสอบดาวเทียม ศูนย์ควบคุม ระบบขนส่ง และสถานีภาคพื้นดิน ซึ่งจะสร้างงานทักษะสูงและกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 35 ล้านล้านบาท

โรดแมป 3 ระยะสู่เป้าหมาย (ภายใน 5-10 ปี)

  • ระยะที่ 1 (ปีที่ 1-2): ศึกษาความเป็นไปได้เชิงลึก พร้อมดันกฎหมายเกี่ยวกับกิจการอวกาศ
  • ระยะที่ 2 (ปีที่ 3-5): คัดเลือกพื้นที่ เปิดประมูล ก่อสร้าง และเริ่มทดสอบเที่ยวบินระดับ Sub-orbital
  • ระยะที่ 3 (ปีที่ 5-10): เปิดให้บริการนำส่งจรวดเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ยกระดับไทยจาก "ผู้ใช้" สู่ "ผู้เล่น" ในอุตสาหกรรมอวกาศโลก
การเคลื่อนไหวนี้เดินตามรอยความสำเร็จของประเทศอย่างอินเดีย ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน (เช่น สตาร์ทอัพ Skyroot Aerospace) เข้ามามีบทบาทจนสามารถปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ ซึ่งไทยกำลังมุ่งหน้าสร้างระบบนิเวศอวกาศ (Space Ecosystem) แบบครบวงจรเช่นเดียวกัน