Ecosystem EV พลิกโฉมไทยสู่ฮับ "ยานยนต์อัจฉริยะ" ระดับโลก
อุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "Intelligence Transformation" หรือการเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะ ซึ่งไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจากน้ำมันมาเป็นพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น แต่คือการพัฒนา "ยานยนต์อัจฉริยะ" ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และซอฟต์แวร์
เวที Intelligent EV industry CXO Forum (จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ร่วมกับ หัวเว่ย เทคโนโลยี) ได้เผยทิศทางสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลาง (Hub) ยานยนต์อัจฉริยะของอาเซียน โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้:
1. ปิด 4 ช่องว่าง (Gaps) สู่ยานยนต์อัจฉริยะ
คุณเดวิด หลี่ CEO หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ระบุว่า ผู้บริโภคกำลังต้องการเทคโนโลยี Intelligent EV (ระบบขับขี่อัตโนมัติ, Smart Cockpit และ In-car AI) แต่ไทยยังต้องเร่งแก้ไขปัญหา 4 ด้าน:
- ระบบขับขี่อัตโนมัติยังจำกัด: ในขณะที่ทั่วโลกใช้งานไปแล้วกว่า 2 พันล้านกิโลเมตร
- AI ในรถยังทำงานไม่เต็มศักยภาพ: ระบบสั่งการด้วยเสียงยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร
- ความกังวลเรื่องสถานีชาร์จ (Charging Anxiety): พื้นที่ชานเมืองและทางหลวงยังไม่ครอบคลุม
- ระบบเชื่อมต่อไม่สมบูรณ์ (Connectivity Irony): แม้ไทยมี 5G ครอบคลุม 99% แต่แอปฯ บันเทิงหลักยังไม่ผสานเข้ากับหน้าจอในรถ ต้องพึ่งพา Mobile Hotspot
การผลักดันเป้าหมาย "30@30" ต้องเปลี่ยนจากการเป็นแค่ "โรงงานประกอบ" ไปสู่การสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์:
- นโยบาย "In Thailand, For Thailand": ถ่ายทอดเทคโนโลยีและบูรณาการ Supply Chain ร่วมกัน
- นวัตกรรมแบตเตอรี่ Sodium-ion: เทคโนโลยีที่ไม่ต้องพึ่งพาแร่หายาก และไทยมีวัตถุดิบโซเดียมจำนวนมาก ช่วยสร้างความมั่นคงในระยะยาว
- โอกาสในตลาด Aftermarket: โอกาสทางเศรษฐกิจมูลค่าสูงจากธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ และระบบ V2G (Vehicle-to-Grid)
- BOI: ส่งเสริมการร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย
- สถาบันยานยนต์: เตือนเรื่อง วงจร R&D ที่สั้นลงจาก 5 ปี เหลือเพียง 2 ปี และไม่ควรมองข้ามตลาด HEV (Hybrid) ที่เป็นสะพานเชื่อมสู่ BEV
- กรมการขนส่งทางบก: คุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัยแบตเตอรี่ (UN Standard) พร้อมวางแผนกำหนดพื้นที่ City Center ให้เฉพาะรถ EV เข้าใช้งาน และเตรียมออก ป้ายทะเบียนสีฟ้า (Blue Plates) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์พิเศษ
Tags:
ข่าวไอที