ไทยโตอันดับ 2 ของโลกด้านการใช้ AI แต่โอกาสยังเปิดกว้างอีก 87.6%

 

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เผยรายงานในงาน Microsoft AI Tour Bangkok ชี้ว่าอัตราการนำ AI มาใช้ในกลุ่มคนทำงานไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 36.4% (จาก 9.1% ในปี 2568 เป็น 12.4% ในไตรมาส 1 ปี 2569) ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านการใช้ AI เร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากเกาหลีใต้

เจาะลึกตัวเลขสำคัญ: จุดเด่น และ โอกาส

  • ผู้นำเทรนด์ระดับสูง (Frontier Professional): ไทยมีสัดส่วนผู้ใช้ AI ระดับสูงถึง 32% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 2 เท่า (เฉลี่ยโลกอยู่ที่ 16%)
  • วิสัยทัศน์ผู้นำองค์กร: คนทำงานไทย 51% มองว่าหัวหน้ามีวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน (สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26%)
  • โอกาสที่ยังเปิดกว้าง: ปัจจุบันยังมีคนไทยอีกถึง 87.6% ที่ยังไม่เริ่มใช้ AI (เช่น กลุ่มเกษตรกร, บุคลากรทางการแพทย์, ครู และนักเรียน) ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ที่สามารถพัฒนาต่อได้

ตัวอย่างองค์กรไทยที่นำ AI ไปใช้งานจริง

ตลาด AI ในไทยกำลังเปลี่ยนจาก "ขั้นทดลอง" ไปสู่ "การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ" เช่น:

  • LH Bank: เปิดตัว GENIE AI ผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียงรายแรกของไทยบนแอป LHB You
  • AutoX (SCBX): ใช้ AI ตรวจสอบการสนทนาของคอลเซ็นเตอร์ได้ครบ 100% ทุกสาย (จากเดิมสุ่มตรวจได้เพียง 5-10%)
  • SCGC: ใช้ AI ประมวลผลเอกสารกว่า 2 ล้านหน้า แม่นยำ 100% ประหยัดเวลาทำงานไปกว่า 4,000 ชั่วโมง
  • GPSC: นำ Copilot และ Microsoft Fabric มาใช้วางแผนซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าล่วงหน้า

การลงทุนและยกระดับทักษะในอนาคต

ไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท) ในช่วงปี 2569-2571 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในไทย พร้อมร่วมมือกับพันธมิตร เช่น SCBX และ AIS (โครงการ AI Ready for SMEs) เพื่อเร่งรีสกิลคนไทยและผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น