แนวคิด "สมาร์ทซิตี้ศูนย์บาท" ไม่ได้หมายความว่ารัฐไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
ชวนคุยประเด็นที่หลายคนอาจจะคิดว่า "เป็นไปไม่ได้" หรือ "ขายฝัน" นั่นคือหัวข้อ "สมาร์ทซิตี้ศูนย์บาท"
เมื่อพูดถึง "สมาร์ทซิตี้" (Smart City) ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงโครงการเมกะโปรเจกต์ การลงทุนมหาศาล เสาไฟอัจฉริยะราคาแพง หรือระบบเซนเซอร์ล้ำสมัยที่ดูไกลตัวประชาชน แต่ในความเป็นจริงแล้ว หัวใจสำคัญของการเป็นเมืองอัจฉริยะที่แท้จริงและยั่งยืนที่สุดตามหลักการ 7 ด้านของประเทศไทยนั้น ไม่ใช่ "เทคโนโลยี" แต่คือ "คน" หรือประชาชนอย่างพวกเราทุกคน
แนวคิด "สมาร์ทซิตี้ศูนย์บาท" ไม่ได้หมายความว่ารัฐไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่หมายถึงการเริ่มต้นสร้างความ "ฉลาด" ให้กับเมืองโดยเริ่มจากจุดที่ ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่ม แต่ใช้ "ต้นทุนเดิม" ที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งต้นทุนที่ว่านั้นคือ "พลังของพลเมือง" (Citizen Power) และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
หากเราบูรณาการองค์ความรู้สมาร์ทซิตี้ทั้ง 7 ด้านเข้าด้วยกัน เราจะเห็นว่าประชาชนคือผู้ขับเคลื่อนหลักในโมเดล "ศูนย์บาท" นี้ได้ทันที
1. Smart People (พลเมืองอัจฉริยะ)
เริ่มต้นที่ตัวเรา เปิดใจเรียนรู้ทักษะดิจิทัลพื้นฐาน รู้เท่าทันสื่อ และมีจิตสาธารณะ นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดและแทบไม่ต้องใช้เงิน
2. Smart Environment (สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ) & 3. Smart Energy (พลังงานอัจฉริยะ) การแยกขยะที่ต้นทางอย่างถูกต้อง การลดใช้พลาสติก หรือการปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น พฤติกรรมเหล่านี้คือรากฐานที่สำคัญกว่าโรงไฟฟ้าขยะราคาแพงเสียอีก
4. Smart Mobility (การเดินทางอัจฉริยะ)
ไม่จำเป็นต้องรอรถไฟฟ้าความเร็วสูง การหันมาเดิน ปั่นจักรยานในระยะใกล้ หรือการวางแผนการเดินทางร่วมกัน (Carpool) ก็ช่วยลดการจราจรและมลพิษได้ทันที
5. Smart Living (การดำรงชีวิตอัจฉริยะ)
การสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง เพื่อนบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตาดูแลความปลอดภัย หรือการใช้พื้นที่สาธารณะเดิมที่มีอยู่มาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน
6. Smart Economy (เศรษฐกิจอัจฉริยะ)
สนับสนุนร้านค้าในชุมชน การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือการแบ่งปันทรัพยากรเหลือใช้ในชุมชน (Sharing Economy)
7. Smart Governance (การปกครองอัจฉริยะ)
นี่คือส่วนสำคัญที่สุด ประชาชนต้องเปลี่ยนจากผู้รอรับบริการ เป็นผู้ร่วมตรวจสอบและเสนอแนะ การใช้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปแจ้งปัญหาท่อตัน ไฟดับ ผ่านแพลตฟอร์มฟรีต่างๆ (เช่น Traffy Fondue) คือการช่วยรัฐบริหารจัดการเมืองด้วยต้นทุนศูนย์บาท
สรุปแล้ว "สมาร์ทซิตี้ศูนย์บาท" คือการเปลี่ยน Mindset ว่าเมืองจะฉลาดได้ต้องรอเงินงบประมาณ มาเป็นการที่พลเมืองทุกคนลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตนเอง ใช้เทคโนโลยีที่มีในมือให้เป็นประโยชน์ และร่วมมือกันแก้ไขปัญหา เมืองที่ "ฉลาด" ที่สุด คือเมืองที่ประชาชนรู้บทบาทของตนเองและลงมือทำ
เริ่มเป็น Smart Citizen วันนี้ เพื่อ Smart City ของเราในวันพรุ่งนี้ครับ
ติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองได้ที่ www.smartcity.co.th
#DRKRIT #SMARTCITYCOTH #SMARTCITY
