มช. ชูโมเดล "Air for All" ใช้ Big Data & AI สู้ภัยฝุ่น PM2.5
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปลี่ยนโหมดการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าในภาคเหนือจากการ "ตั้งรับ" เป็น "เชิงรุก" โดยการบูรณาการเทคโนโลยีระดับสูงและงานวิจัยมาใช้จริง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน โดยมีประเด็นหลักดังนี้
1. เทคโนโลยีขับเคลื่อนการตัดสินใจ (Data-Driven)
- PM2.5 Big Data: แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลฝุ่นและจุดความร้อน (Hotspot) แบบเรียลไทม์ แสดงผลผ่าน Dashboard เพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายมองเห็นภาพรวมและแก้ไขได้ตรงจุด
- ระบบ "ไฟดี (FireD)": แอปพลิเคชันบริหารจัดการการเผาเชื้อเพลิงชีวมวล ช่วยคำนวรช่วงเวลาที่เหมาะสมในการจัดการเชื้อเพลิงเพื่อลดผลกระทบต่อมลพิษ
- UAV & AI: การใช้โดรนร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ในการตรวจจับจุดเกิดไฟป่าได้อย่างรวดเร็ว
- Fireman Platform: ดิจิทัลแพลตฟอร์มติดตามพิกัดไฟและเจ้าหน้าที่ภาคสนาม เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดับไฟ
มุ่งเน้นกลุ่มเปราะบางด้วย "กล่องลังฟอกอากาศ DIY" และระบบมุ้งความดันบวกที่ชุมชนผลิตเองได้ในราคาประหยัด แต่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ในระดับวิกฤตได้จริง
4. การขยายผลสู่ความยั่งยืน
สร้าง "ห้องปลอดฝุ่น" ให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกว่า 6.3 แห่งในภาคเหนือ และขยายโมเดลการทำงานครอบคลุม 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
นี่คือตัวอย่างที่ดีของการใช้เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บ แต่ถูกนำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของพื้นที่ ทั้งการใช้ High-tech อย่าง AI และโดรน ไปจนถึง Low-tech แต่เปี่ยมประสิทธิภาพอย่างกล่องฟอกอากาศ DIY ซึ่งหัวใจสำคัญคือการมีข้อมูลที่แม่นยำเป็นฐานนโยบาย