พุ่งทะลุกิกะวัตต์! เจาะลึก 5 Data Center ยักษ์ใหญ่ของโลก ยุค AI เปลี่ยนเกม
ยุคสมัยของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัว จากเดิมที่เคยใช้วัดขนาดด้วยพื้นที่อาคาร มาเป็นการวัดด้วย IT Load หรือกำลังไฟฟ้าที่ใช้ในการประมวลผล (เมกะวัตต์/กิกะวัตต์) เพื่อรองรับชิปประมวลผลความหนาแน่นสูง สรุปสาระสำคัญของ 5 ศูนย์ข้อมูลยักษ์ใหญ่ของโลก มีดังนี้ครับ
5 อันดับศูนย์ข้อมูลยักษ์ใหญ่ระดับโลก
1. China Telecom–Inner Mongolia Information Park (จีน)
- กำลังไฟ: 3,000+ MW
- ไฮไลต์: เป็นคลัสเตอร์ Hyperscale รวมผู้ให้บริการหลายราย (Alibaba, Tencent, ByteDance ฯลฯ) ในพื้นที่สภาพอากาศเย็นจัด ช่วยประหยัดพลังงานทำความเย็น ภายใต้นโยบายย้ายการประมวลผลสู่ตะวันตกของจีน
- กำลังไฟ: ~650 MW
- ไฮไลต์: ศูนย์ข้อมูลแบบแคมปัสเดี่ยว (Single Campus) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยสูงและรองรับน้ำหนักอุปกรณ์ระดับมหาศาล
- กำลังไฟ: ~400–500 MW (เฟส 1) / ตั้งเป้าขยายรวม 5 GW
- ไฮไลต์: โครงสร้างพื้นฐาน AI ความร่วมมือระหว่าง OpenAI, Oracle และ SoftBank ออกแบบมารองรับชิป NVIDIA GB200 ที่ต้องใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling)
- กำลังไฟ: ~400–500 MW
- ไฮไลต์: พื้นที่รวมแคมปัสของ Apple และ Google ยืนยันศักยภาพพลังงานผ่านสายส่งไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ และดำเนินงานด้วยพลังงานหมุนเวียน
5. Singapore / Johor Cluster (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
- กำลังไฟ: ~350–500 MW (เปิดแล้ว) / ทะลุ 1,000+ MW (กำลังสร้าง)
- ไฮไลต์: ระเบียงเศรษฐกิจศูนย์ข้อมูลที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ใช้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ และใช้พื้นที่ยะโฮร์ (มาเลเซีย) รองรับการขยายตัวด้วยที่ดินและพลังงาน
แนวโน้มสำคัญในอนาคต
- AI กำหนดเกณฑ์ใหม่: ชิป AI กินไฟสูงขึ้น บังคับให้เปลี่ยนไปใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว
- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้โตแรง: เม็ดเงินลงทุนหลั่งไหลสู่มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง
- พลังงานนิวเคลียร์ SMR: บิ๊กเทคเริ่มมองหาพลังงานสะอาดที่เสถียร 24 ชั่วโมงจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อป้อนพลังงานให้ Data Center AI
Tags:
ข่าวไอที