เตาหลอมเหล็ก IF ยุคใหม่ ปลดล็อกมาตรฐานเหล็กไทย ยืดหยุ่น ทนแผ่นดินไหว และรักษ์โลก

 

อุตสาหกรรมเหล็อก่อสร้างของไทยกำลังก้าวสู่อีกขั้น ด้วยการนำเทคโนโลยี "เตาปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง" (Secondary Steel Refining) มาใช้ร่วมกับ เตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF: Induction Furnace) ซึ่งช่วยลบภาพจำเดิมๆ เรื่องคุณภาพเหล็กได้อย่างสิ้นเชิง

3 จุดเด่นสำคัญที่ต้องรู้

1. เหล็กคุณภาพสูง ทนแผ่นดินไหว

ใช้ระบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากวนน้ำเหล็กให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้สารสกัดสารกำมะถัน (Sulfur) ออกได้จนเหลือต่ำสุดเพียง 0.002% และลดการสะสมของก๊าซไนโตรเจน ผลลัพธ์คือได้เนื้อเหล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการแตกหัก ปลอดภัย สำหรับงานโครงสร้างอาคารที่ต้องรับแรงสั่งสะเทือนจากแผ่นดินไหว

2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ 6 เท่า

ตอบโจทย์เกณฑ์ธุรกิจยั่งยืน (ESG) เพราะปล่อยฝุ่นและมลพิษทางอากาศเพียง 1-2 กิโลกรับต่อตัน ซึ่งน้อยกว่าเตาหลอมแบบเดิม (EAF) ที่ปล่อยถึง 6-12 กิโลกรัมต่อตัน ถึง 6 เท่า

3. ลดต้นทุนการผลิต 20-25%

เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนลงได้มาก ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภคในการช่วยป้องกันปัญหาการผูกขาดราคาเหล็กก่อสร้างในท้องตลาด