ไทยคว้าสิทธิ์จัดงาน ‘IEEE ICRA 2030’ หมุดหมายสำคัญยกระดับ Tech Ecosystem สู่ Innovation Hub ภูมิภาค

 

ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการระดับโลก IEEE International Conference on Robotics and Automation 2030 (IEEE ICRA 2030) หรือที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "โอลิมปิกแห่งวงการหุ่นยนต์" โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 มิถุนายน 2030 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดการณ์ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย วิศวกร สตาร์ทอัพ และนักลงทุนเข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศมากกว่า 1,000 ล้านบาท

เบื้องหลังความสำเร็จและองค์ประกอบของความร่วมมือ

การได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้ เป็นผลลัพธ์จากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ทำหน้าที่วางยุทธศาสตร์ นำเสนอความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, IEEE RAS (Robotics and Automation Society) Thailand Chapter และ IEEE Thailand Section ที่นำเสนอความแข็งแกร่งด้านงานวิจัยและเครือข่ายวิชาการ

ความสำคัญของ IEEE ICRA ต่อวงการเทคโนโลยีระดับโลก

  • Flagship Conference: เป็นงานประชุมวิชาการด้าน Robotics, AI และ Automation ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก (จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1984)
  • เวทีปล่อยนวัตกรรม: เป็นพื้นที่เปิดตัวนวัตกรรม งานวิจัยระดับ Deep Tech และหุ่นยนต์ต้นแบบ ก่อนที่จะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้งานจริงในเชิงอุตสาหกรรม
  • พื้นที่จับคู่ทางธุรกิจ: เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุนระดับ Global Venture Capital และนักวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีขั้นสูง

บริบทอุตสาหกรรมไทยและโจทย์ความท้าทาย

แม้ไทยจะเป็นฐานการผลิตสำคัญ แต่ผลสำรวจ Thailand Industry 4.0 Index โดย สวทช. ชี้ว่า ความพร้อมด้านเทคโนโลยีในสายการผลิตของไทยยังมีคะแนนเฉลี่ยเพียง 1.71 จาก 6 คะแนน ในขณะที่ระบบสารสนเทศในองค์กรอยู่ที่ 2.40 และด้านองค์กรกับบุคลากรอยู่ที่ 2.51 สะท้อนว่าโรงงานอุตสาหกรรมไทย (ซึ่งใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอยู่ราว 25% โดยกระจุกตัวในกลุ่มทุนใหญ่) ยังตามหลังระบบบริหารจัดการ และต้องการการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่อุปทาน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงเร่งขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ 5I โดยเฉพาะ Intelligent Industry ควบคู่กับกลยุทธ์ RUN Concept (Reskill, Upskill, New Skill) เพื่อยกระดับกำลังคนให้สามารถทำงานร่วมกับ AI และ Automation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการต่อยอดในระยะยาว

  • ตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ: ก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจราว 1,064.44 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 590.60 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 745 อัตรา และสร้างรายได้ภาษีให้ภาครัฐประมาณ 36.41 ล้านบาท
  • เปลี่ยนบทบาทสู่ผู้ร่วมสร้าง (Co-creator): ขยับประเทศไทยจากการเป็นเพียงฐานรับจ้างผลิต สู่การเป็นผู้พัฒนาและส่งออกโซลูชันด้านหุ่นยนต์และ AI ของตนเอง
  • การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการลงทุน: สตาร์ทอัพและนักวิจัยไทยจะมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน เครือข่ายวิจัยเชิงลึก และโจทย์จริงจากอุตสาหกรรมระดับโลก โดยทีเส็บวางแผนดึงงานประชุมสมาคมด้าน Robotics เข้ามาจัดในไทยต่อเนื่องรวม 5 งานก่อนถึงปี 2030 เพื่อสร้างระบบนิเวศรองรับอย่างยั่งยืน