BOI ยกระดับคัดกรอง "ดาต้าเซ็นเตอร์" ดึงการลงทุนย้ำประโยชน์ประเทศ ไม่กระจุกตัวชาติใดชาติหนึ่ง


บีโอไอ (BOI) ขานรับมติ ครม. สั่งจัดระเบียบการส่งเสริมการลงทุน ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) โดยเน้นปรับเกณฑ์คัดกรองโครงการอย่างเข้มข้น มุ่งเน้นสร้างประโยชน์สูงสุดให้ประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่เปิดรับทุกโครงการโดยไม่มีเงื่อนไข

ประเด็นสำคัญจากการสรุปข่าว

  • จัดระเบียบยกระดับเกณฑ์ใหม่: บีโอไอเตรียมทบทวนกรอบส่งเสริมการลงทุนตาม "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้า เซ็นเตอร์" เน้นความคุ้มค่า และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
  • สถิติชัดเจน นักลงทุนไม่กระจุกตัว
    • ตั้งแต่ปี 2567–2569 มีโครงการได้รับอนุมัติ 42 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 750,000 ล้านบาท (กำลังประมวลผล 3,400 เมกะวัตต์)
    • บริษัทไทยลงทุนมากที่สุด (15 โครงการ) ตามด้วยจีน (10 โครงการ), สหรัฐฯ (5 โครงการ), UAE (4 โครงการ), ญี่ปุ่น (2 โครงการ) และสัญชาติอื่นๆ
    • ทั้งนี้ ไม่มีคำขอรับการส่งเสริมรายใหม่ เข้ามาตั้งแต่เดือนเมษายน 2569
  • สร้างประโยชน์มากกว่าแค่โครงสร้างพื้นฐาน: ผู้ให้บริการ Cloud ยักษ์ใหญ่อย่าง AWS และ Google ได้ร่วมพัฒนาทักษะดิจิทัล กำลังคน และหลักสูตร AI/Cloud ให้กับคนไทยและ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม

คัดกรองเข้มข้นผ่าน 4 มิติหลัก

  1. การสร้างประโยชน์ต่อประเทศไทย: ต้องมีการจ้างงานทักษะสูง, ถ่ายทอดเทคโนโลยี, อุดหนุน ซัพพลายเชน/SMEs ในประเทศ และสนับสนุนระบบนิเวศ AI ไทย
  2. ความพร้อมและความมั่นคงด้านพลังงาน: กพช. เห็นชอบให้แยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า Data Center โดยคิดอัตราค่าไฟที่สะท้อนต้นทุนจริง (สูงกว่ากลุ่มอื่น) ต้องวางหลักประกัน และส่งเสริม Green Data Center
  3. ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำ: ควบคุมระบบทำความเย็น การรีไซเคิลน้ำ และบริหารจัดการไม่ให้กระทบภาคเกษตรและชุมชน
  4. สิ่งแวดล้อมและการจัดโซนนิ่ง: เร่งทำแผนที่โครงข่ายไฟฟ้า (Power Map) และระบบน้ำ (Water Map) เพื่อกำหนดพื้นที่ตั้งโครงการที่เหมาะสม
ดาต้าเซ็นเตอร์คือหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI ในยุคใหม่ แต่โจทย์ของไทยคือการ "สร้างสมดุล" ระหว่างการดึงดูดเทคโนโลยีระดับโลก กับการปกป้องทรัพยากรพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทยและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน