ยักษ์ใหญ่ถอยทัพ: เมื่อโมเดลระดับโลกของ Amazon พ่ายแพ้ให้กับกลยุทธ์ท้องถิ่นในอาเซียน


การตัดสินใจทยอยปิดบริการคลังสินค้าและยุติบริการ Amazon Fresh ในสิงคโปร์ของ Amazon สะท้อนถึงบทเรียนสำคัญในวงการเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ เมื่อยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของโลกที่มีส่วนแบ่ง ตลาดในอาเซียนไม่ถึง 0.3% ต้องยอมพ่ายแพ้ให้กับเจ้าตลาดอย่าง Shopee, TikTok Shop และ Lazada ที่รวมกันครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 99%

สาเหตุหลักมาจากความล้มเหลวในการปรับตัวเชิงโครงสร้างและการไม่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่:

  • การยกโมเดลอเมริกันมาใช้โดยไม่ปรับแก้: Amazon ใช้ระบบดึงสินค้าเข้าคลังกลางแล้วจัดส่งเอง ซึ่งเกิดปัญหาคอขวดและต้นทุนสูงเมื่อเจอโครงสร้างพื้นฐานที่กระจัดกระจายในอาเซียน ต่างจาก Shopee ที่ใช้ศูนย์กระจายสินค้าใกล้ตัวผู้ขายและส่งต่อผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์ท้องถิ่น
  • พฤติกรรมผู้ซื้อที่เน้นราคาก่อนแบรนด์: ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้มองหาราคาที่คุ้มค่า สินค้าไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกสนาน เจ้าตลาดจึงเน้นขายสินค้าราคาจับต้องได้ พร้อมใส่นวัตกรรมอย่าง Shoppertainment ทั้งการไลฟ์สดขายของและเกมสุ่มคูปองส่วนลด ในขณะที่ Amazon ยังคงเน้นเสนอสินค้าแบรนด์ระดับโลก
  • การพลาดโอกาสในตลาดที่เติบโตสูง: ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาคด้วยอัตรา 51.8% (มูลค่าราว 1.19 ล้านล้านบาท) สูงกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียนที่ 22.8% เกือบเท่าตัว แต่อุปสรรคเรื่องโมเดลธุรกิจทำให้ Amazon แทบไม่มีตัวตนในตลาดนี้
เพื่อแก้เกม Amazon จึงปรับบทบาทจากการเป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกสำหรับคนในพื้นที่ มาเป็นช่องทางส่งออกสินค้าไปสู่ตลาดโลกแทน โดยเฉพาะในเวียดนามที่สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นขายสินค้าไปยังสหรัฐฯ ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนสินค้าที่ขายได้ถึง 35% เปลี่ยนวิกฤตในสนามที่แพ้ให้กลายเป็นการเล่นในเกมที่ตนเองเชี่ยวชาญที่สุด