เจาะรหัส EEC ยุคใหม่: เมื่อ ‘Data Center’ เป็นตัวเปลี่ยนเกม ดึงทุนโลกชน ‘ทุนจีน’ เจ้าบัลลังก์
ประเด็นสำคัญ (Executive Summary)
ภาพรวมการลงทุนในพื้นที่ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) กำลังอยู่ในช่วงเนื้อหอมสุด ๆ ตัวเลข FDI (การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) พุ่งทะยานทุบสถิติ โดยมี 3 แรงขับเคลื่อนสำคัญคือ นโยบายเชิงรุกของรัฐบาล (สวมบทเซลส์แมน), สงครามการค้าที่เร่งการย้ายฐานผลิต และกระแสความต้องการ Data Center ทั่วโลก
3 ถอดรหัสลับ: ทำไม EEC ถึงยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดทุนโลก?
1. ทุนจีนยังรั้งแชมป์ แต่ ‘สิงคโปร์’ มาแรงแซงโค้ง
- จีน ยังคงครองเบอร์ 1 ในแง่จำนวนรายและเม็ดเงินลงทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง
- สิงคโปร์ กลายเป็นม้ามืดที่เม็ดเงินเริ่มเบียดแซงญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นตัวแสดงหลักที่ขนทุนมาลงในกลุ่ม Data Center และเทคโนโลยีดิจิทัล
- ญี่ปุ่น & ยุโรป ญี่ปุ่นยังคงขยายฐานต่อเนื่อง ขณะที่ทุนฝั่งยุโรปที่เคยเงียบหายไป เริ่มส่งสัญญาณกลับเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น
- กลุ่ม Data Center กลายมาเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา เพราะเปรียบเสมือน “โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่” ที่จะรองรับ AI, Cloud, การแพทย์อัจฉริยะ และยานยนต์แห่งอนาคต ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่เทคฯ (โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ) เลือกไทยเป็นหมุดหมาย
- WHA (แม่ทัพนิคมอุตสาหกรรม) เผยว่าจุดแข็งของไทยคือระบบน้ำ พลังงาน ถนน และนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่พร้อมกว่าประเทศคู่แข่ง ทำให้ยอดขายและเช่าโรงงานพุ่งทะลุ 90% นอกจากนี้ยังมีเมกะโปรเจกต์อย่าง เมืองการบินอู่ตะเภา (Aerotropolis) ที่จะชุบชีวิตพื้นที่ 24 ตร.กม. ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ด้วย
ส่องสถิติตัวเลขที่น่าสนใจ (อัปเดตล่าสุดปี 2569)
จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มีต่างชาติขนเงินมาลงใน EEC แล้วกว่า 59,939 ล้านบาท (คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งประเทศ) โดยธุรกิจดาวรุ่งเทรนด์ใหม่ไม่ได้มีแค่รับจ้างผลิตทั่วไปอีกต่อไป แต่เริ่มขยับไปสู่:
- ธุรกิจซ่อมบำรุงชิ้นส่วนอากาศยานทางการทหาร
- ธุรกิจบริการซ่อมแซม/บำรุงรักษาอุปกรณ์โทรคมนาคมระบบใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)
- ธุรกิจผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA) และเครื่องจักรอัตโนมัติ
Tags:
ข่าวไอที