BOI ไฟเขียว 9 โครงการยักษ์ 6.6 หมื่นล้าน ดันไทยสู่ฮับดิจิทัล-พลังงานสะอาด


บอร์ด BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนครั้งใหญ่รวม 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 66,320 ล้านบาท โดยเน้นหนักไปที่กลุ่มอาหาร การบิน พลังงานสะอาด และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการชุดพิเศษที่มี "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" เป็นประธาน เพื่อคัดกรองโครงการ Data Center โดยเฉพาะ ย้ำต้องใช้พลังงานและน้ำอย่างยั่งยืน

1. กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยี AI และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (รวมกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท)

  • Data Hosting ประสิทธิภาพสูง (7,831 ล้านบาท): บริษัท ดาต้าเซคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ Datasection จากญี่ปุ่น ลงทุนติดตั้ง GPU Server สมรรถนะสูง ในพื้นที่ปทุมธานีและกรุงเทพฯ เพื่อรองรับการประมวลผล AI และการทำ Data Hosting
  • วัตถุดิบผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) สำหรับ AI Server และ Data Center (3 โครงการ รวม 15,610 ล้านบาท):
    • ดูซาน (เกาหลีใต้): ลงทุน 6,000 ล้านบาท ผลิตวัตถุดิบ Prepreg และ CCL ที่ จ.สมุทรปราการ
    • ไต้หวัน ยูเนี่ยน (ไต้หวัน): ลงทุน 6,300 ล้านบาท ผลิต Prepreg และ CCL ที่ จ.ชลบุรี
    • ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส (ไต้หวัน): ลงทุน 3,310 ล้านบาท ผลิตผ้าใยแก้ว (Glass Fiber Fabric) ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่ จ.ฉะเชิงเทรา
2. กลุ่มพลังงานหมุนเวียน (5,618 ล้านบาท)

  • บริษัท ลมรักษ์ กรีนเอ็นเนอร์จี จำกัด: ได้รับอนุมัติ 2 โครงการ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม กำลังการผลิตรวม 120 เมกะวัตต์ ที่ จ.ลพบุรี เพื่อป้อนพลังงานสะอาดให้กับอุตสาหกรรมยุคใหม่
3. กลุ่มอาหารและขนส่งทางอากาศ (37,261 ล้านบาท)
  • เนสท์เล่ (ไทย) (22,935 ล้านบาท): ขยายกำลังการผลิตกาแฟสำเร็จรูปและพร้อมดื่มแบรนด์ "เนสกาแฟ" ที่ จ.สมุทรปราการ
  • การบินไทย (14,326 ล้านบาท): อนุมัติเช่าเครื่องบินโดยสารเพิ่ม 8 ลำ เพื่อขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศ

ตั้งบอร์ดคุมเข้ม Data Center ป้องกันวิกฤตพลังงานและน้ำ

เนื่องจาก Data Center ขนาดใหญ่และระบบ AI ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำมหาศาลในการระบายความร้อน บอร์ด BOI จึงมีมติยกระดับและจัดตั้ง "คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการ Data Center" โดยมี รมว.พลังงาน เป็นประธาน

คณะทำงานชุดนี้จะทำหน้าที่ "สแกนเข้ม" โครงการ Data Center ทุกรายก่อนที่จะยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนอย่างเป็นทางการ โดยมีกรอบการทำงานเร่งด่วน 7 ด้าน เช่น:
  1. คิดอัตราค่าไฟใหม่สำหรับ Data Center ให้สะท้อนต้นทุนจริง
  2. ส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA)
  3. จัดทำแผนที่พลังงานและแหล่งน้ำ (Power & Water Map) เพื่อกำหนดพื้นที่ตั้งโครงการที่เหมาะสม ไม่ให้แย่งทรัพยากรของภาคประชาชน
การขยับตัวของ BOI ในครั้งนี้สะท้อนว่าไทยไม่ได้ต้องการแค่ "ตัวเลขเม็ดเงินลงทุน" เท่านั้น แต่กำลังเน้นการลงทุนเชิงคุณภาพที่ต้องมาพร้อมกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และ Data Center จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศในระยะยาว