เมื่อ "ไฟฟ้า" กลายเป็นหัวใจสำคัญของการประมวลผล AI ในอาเซียน


การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Generative AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนสมการการแข่งขันด้านเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเปลี่ยนศูนย์ข้อมูล (Data Center) จากเพียงผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ให้กลายเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางการลงทุนด้านพลังงานของแต่ละประเทศ จากงานประชุม Data Center & Power Southeast Asia Summit 2026 (DCPSEA 2026) ได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญว่า การดึงดูดการลงทุน Data Center ในอาเซียนไม่ได้วัดกันแค่เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอีกต่อไป แต่ตัดสินกันที่ "ความพร้อม ความเสถียร และราคาของพลังงานไฟฟ้า" โดยมีสาระสำคัญดังนี้ครับ

ประเด็นสำคัญจากงาน DCPSEA 2026

  • ความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น 4 เท่า: คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าของ Data Center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นจาก 2.6 กิกะวัตต์ (ปี 2025) ไปสู่ 10.7 กิกะวัตต์ (ปี 2035) โดยคิดเป็น 3–4% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในภูมิภาค
  • ทางรอดด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีใหม่: ผู้ประกอบการและภาครัฐต้องเร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ตลอดจนการมองหาแหล่งพลังงานใหม่อย่าง ไฮโดรเจน หรือเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero
  • บทบาทของประเทศไทย: ไทยกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของนักลงทุน โดยในปี 2025 BOI อนุมัติโครงการ Data Center ไปแล้วมูลค่ากว่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเตรียมทดลองใช้กลไกการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ขนาด 2 กิกะวัตต์ในปี 2026 เพื่อดึงดูดผู้ให้บริการระดับโลก
ในยุคที่ AI ต้องการพลังการประมวลผลมหาศาล "พลังงาน" ได้กลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างแท้จริง ประเทศที่สามารถจัดหาไฟฟ้าที่มั่นคง มีราคาแข่งขันได้ และเป็นพลังงานสะอาด จะเป็นผู้ชนะในศึกการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนยุคถัดไป