จาก "กองขยะ" สู่ "ผืนป่า 580 ไร่"

 


กทม. กำลังเดินหน้าเปลี่ยนอดีตหลุมฝังกลบขยะอ่อนนุชให้เป็น Green Eco Park (GEP) หรือต้นแบบศูนย์จัดการขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนหลัก

  • พื้นที่สีเขียว 50%: ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 48,000 ต้น (เตรียมพัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรลในอนาคต)
  • พื้นที่จัดการขยะระบบปิด 50%: ใช้เทคโนโลยีเตาเผาผลิตพลังงานสะอาด และโรงหมักขยะเป็นก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า

เทคโนโลยี "e-Nose" จมูกอิเล็กทรอนิกส์ดักจับกลิ่นเรียลไทม์

เพื่อแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นที่กวนใจชาวบ้านในละแวกอ่อนนุช เฉลิมพระเกียรติ และพัฒนาการ กทม. ได้นำเทคโนโลยีสุดเจ๋งมาใช้

  • e-Nose คืออะไร? อุปกรณ์ตรวจวัดกลิ่นที่มีการทำงานคล้ายเครื่องวัดฝุ่น PM 2.5 แต่ใช้ตรวจวัดความเข้มข้นของกลิ่นโดยเฉพาะ
  • หน่วยวัด: แสดงผลเป็นค่า D/T (Dilution to Threshold) ซึ่งปัจจุบันตรวจวัดได้อยู่ที่ 0–3 D/T (วันที่มีกลิ่นรุนแรงจะอยู่ที่ประมาณ 5 D/T ซึ่งยังไม่เกินค่ามาตรฐานกฎหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 9 D/T)
  • เปิดข้อมูลโปร่งใส: กทม. เตรียมเปิดพอร์ทัลให้ประชาชนสามารถเข้าไปเช็กข้อมูลค่ากลิ่นจาก e-Nose แบบออนไลน์ได้เรียลไทม์ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ทุกคนร่วมเป็นหูเป็นตาตรวจสอบไปพร้อมกัน

แผนการรับมือและยุติโรงหมักปุ๋ยตัวต้นเหตุ

กทม. ยอมรับว่าปัญหากลิ่นส่วนใหญ่มาจากโรงหมักปุ๋ยระบบเก่า ซึ่งตอนนี้มีแผนการจัดการที่ชัดเจนแล้ว ดังนี้

  1. ปลายปี 2569: หมดสัญญาโรงหมักปุ๋ยขนาด 600 ตัน (เตรียมปรับพื้นที่เป็นสวนป่าทันที)
  2. มิถุนายน 2570: หมดสัญญาโรงหมักปุ๋ยขนาด 1,000 ตัน
  3. ระหว่างรอหมดสัญญา: ควบคุมผู้รับจ้างอย่างเข้มงวด ติดกล้อง CCTV, ติดตั้งระบบ e-Nose และบังคับใช้ระบบปิดเพื่อป้องกันกลิ่นรั่วไหลอย่างเต็มที่
นี่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาผสานเข้ากับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองอย่างเป็นรูปธรรมครับ