ร่าง พ.ร.บ.โลกร้อน 2569 กับ 7 กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอน

 

สถานะล่าสุด (ณ กรกฎาคม 2569): ยังคงมีสถานะเป็น "ร่างพระราชบัญญัติ" และยัง "ไม่มีผลบังคับใช้" แต่นโยบายรัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (DCCE) กำลังเร่งรัดผลักดันเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางนิติบัญญัติ เพื่อรองรับความตกลงปารีส (Paris Agreement) และเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว

7 กลไกสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนภาคธุรกิจ

  1. การกำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก (GHG Target): มีกรอบกฎหมายบังคับชัดเจน
  2. ระบบ MRV (วัด-รายงาน-ทวนสอบ): สร้างฐานข้อมูลกลางมาตรฐานสากล ผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ต้องรายงานข้อมูล
  3. ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซ (ETS): กำหนดเพดานปล่อยก๊าซ หากปล่อยเกินต้องซื้อสิทธิเพิ่ม ปล่อยน้อยกว่าขายได้
  4. ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax): เพิ่มต้นทุนผู้ปล่อยก๊าซเพื่อจูงใจให้ใช้เทคโนโลยีสะอาด
  5. ยกระดับระบบคาร์บอนเครดิต: ตรากฎหมายรองรับตลาดคาร์บอนเครดิต (เช่น T-VER) ให้เชื่อมโยงสากล
  6. แผนการปรับตัว (Climate Adaptation): รับมือภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง และคลื่นความร้อน
  7. กองทุนและกลไกทางการเงิน: อุดหนุนเทคโนโลยีสะอาดและการปรับตัวของชุมชน/ผู้ประกอบการ

ภาคธุรกิจต้องเตรียมตัวอย่างไร?

แม้กฎหมายจะยังไม่อนุมัติใช้จริง แต่แรงดันจากมาตรการค้านานาชาติ (เช่น CBAM ของยุโรป) ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวล่วงหน้า:

  • จัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Inventory) และประเมิน Carbon Footprint ขององค์กร (CFO) และผลิตภัณฑ์ (CFP)
  • ปรับมาตรฐานระบบจัดการ: นำ ISO 14001 และ ISO 14064-1 มาใช้บริหารข้อมูล
  • ลงทุนพลังงานสะอาด: ใช้ระบบดิจิทัลบริหารพลังงาน ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และซื้อสิทธิพลังงานหมุนเวียน (REC)
คำถามสำคัญของภาคธุรกิจวันนี้ ไม่ใช่คำถามว่า "กฎหมายจะผ่านเมื่อไหร่" แต่เป็น "องค์กรพร้อมหรือยัง" เพราะต้นทุนการปรับตัวก่อนกฎหมายบังคับใช้จะต่ำกว่าการเร่งทำในภาวะจวนตัวเสมอครับ