Meta ในวันที่ Metaverse จางลง และ AI คือคำตอบใหม่
ภาพรวมของ Meta ในไตรมาส 1 ปี 2026 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านที่เจ็บปวดแต่ชัดเจน เมื่อวิสัยทัศน์โลกเสมือน (Metaverse) เริ่มลดความสำคัญลง เพื่อหลีกทางให้กับกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังครองโลก
1. Reality Labs บาดแผลที่ยังไม่สมาน
หน่วยธุรกิจที่ดูแล Metaverse อย่าง Reality Labs ยังคงขาดทุนมหาศาลกว่า 1.32 แสนล้านบาท ในไตรมาสเดียว และหากนับย้อนไป 5 ปี หน่วยงานนี้เผาเงินไปแล้วกว่า 2.72 ล้านล้านบาท สาเหตุหลักมาจากยอดขายแว่น VR (Quest) ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
2. กลยุทธ์ "AI First" ปลดคนเพื่อไปต่อ
Mark Zuckerberg เลือกหักพวงงมาลัยจาก VR มาหา AI แบบเต็มตัว โดยมีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่
- ลดพนักงาน: ประกาศปลดพนักงานเพิ่มอีก 10% (ประมาณ 8,000 คน)
- โยกทรัพยากร: ย้ายงบประมาณและทีมงานจากโปรเจกต์โลก เสมือนมาเน้นพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่ฉลาดขึ้น เช่น แว่นตา AI (Ray-Ban Meta) ที่ทำยอดขายได้ดีเกินคาด
- ทุ่มงบไม่อั้น: ปรับเพิ่มงบลงทุนด้าน AI ในปีนี้สูงถึง 1.45 แสนล้านดอลลาร์ จนนักลงทุนเริ่มกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่บานปลาย
ดีลใหญ่ในการเข้าซื้อ Manus (ผู้พัฒนา Agentic AI) ต้องชะงักลง เมื่อทางการจีนสั่งระงับด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แม้ Manus จะย้ายฐานทัพไปสิงค์โปร์แล้วก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่าการชิงความพริ้วทางเทคโนโลยีระหว่ามหาอำนาจยังคงเข้มข้น
แม้กำไรสุทธิของ Meta จะพุ่งขึ้นถึง 60.9% จากธุรกิจโฆษณา แต่ความท้าทายที่จริงคือ "ความคุ้มค่าของการลงทุน AI" ในระยะยาว หาก Meta ไม่สามารถเปลี่ยนการลงทุนมหาศาลนี้ให้กลายเป็ยรายได้ใหม่ที่จับต้องได้นอกเหนือจากโฆษณา ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอาจจะสั่นคลอนยิ่งกว่าเดิม