พลัง AI ดันหุ้นเทคฯ ทะยานฉุดไม่อยู่

 

สรุปภาพรวมที่เกิดขึ้นในตอนนี้ได้สั้นๆ ว่า "AI ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจโลก" ครับ แม้จะมีความเสี่ยงด้านการเมืองในสหรัฐฯ แต่ดูเหมือนนักลงทุนจะเลือกมองข้ามและหันไปลงเดิมพันกับปัญญาประดิษฐ์แทน โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

1. หุ้นโลกพุ่งแรง แต่อาจยังไม่ใช่ฟองสบู่

ดัชนีหุ้นโลกบวกต่อเนื่อง 6 วันรวด (เพิ่มขึ้น 18% จากต้นปี) แม้ค่า P/E (ดัชนีวัดความถูกแพงของหุ้น) จะสูง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่ายังต่างจากยุคดอทคอม เพราะบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่มี "กำไรที่เติบโตจริง" มารองรับ ไม่ใช่เพียงแค่การปั่นราคา อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูปี 2026 ว่าเม็ดเงินลงทุนใน AI จะเริ่มแผ่วลงจนทำให้ตลาดพักฐานหรือไม่

2. ยักษ์หลับจากจีน "Alibaba" กลับมาผงาด

ฝั่งเทคฯ จีนเริ่มเปลี่ยนทิศทาง จากเดิมที่พึ่งพามาตรการรัฐ กลายมาเป็นแรงขับเคลื่อนจาก AI แทน โดยเฉพาะ Alibaba ที่ราคาพุ่งแรงกว่า 120% (มูลค่าฟื้นคืนมาถึง 8 ล้านล้านบาท) รวมถึงผู้ผลิตชิปอย่าง SMIC ที่พุ่งไปถึง 180% ทำให้จีนกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของสหรัฐฯ ในสมรภูมิ AI

3. AI คือ "หลุมดำ" ดูดเงินลงทุน VC

ปัจจุบันเม็ดเงินลงทุนในสตาร์ทอัพกว่าครึ่งโลก (53.2%) ไหลไปที่กลุ่ม AI เพียงกลุ่มเดียว สร้างสถิติสูงสุดใหม่เกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดภาวะ "ตลาดสองขั้ว" คือถ้าบริษัทคุณไม่ใช่ AI หรือไม่ใช่บริษัทบิ๊กเทค ก็จะหาเงินระดมทุนได้ยากลำบากมากในปีนี้

เรากำลังอยู่ในยุคที่ AI กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางความมั่งคั่ง ใครที่มีเทคโนโลยีนี้ในมือคือผู้ชนะในตลาดหุ้น แต่ในระยะยาวก็น่ากังวลว่าสตาร์ทอัพกลุ่มอื่นๆ ที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอาจจะขาดแคลนเงินทุนจนนวัตกรรมด้านอื่นหยุดชะงักได้ครับ