สรุปโมเดล "เปลี่ยนขยะเป็นทอง" : จากญี่ปุ่นสู่เมืองไทย
ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องการจัดการทรัพยากรที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนจากธุรกิจเหมืองแร่แบบเดิม มาเป็นการ "ทำเหมืองในเมือง" (Urban Mining) แทนครับ
ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้
- ขยะมีค่ามหาศาล: ในขยะเครื่องใช้ไฟฟ้าและมือถือ มีแร่ธาตุหายากซ่อนอยู่ ข้อมูลปี 2567 ระบุว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 11,100 เครื่อง สามารถสกัดเป็น ทองคำได้ถึง 713 กรัม, เงินกว่า 3.5 กิโลกรัม และทองแดงอีกจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าหลักล้านถึงร้อยล้านบาท
- เทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง: โรงงาน Dowa Eco-System ในญี่ปุ่นสามารถรีไซเคิลขยะจนเหลือฝุ่นฝังกลบเพียง 9% เท่านั้น และสามารถสกัดโลหะมีค่าได้มากกว่า 20 ชนิด ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 ของโลกที่มีเทคโนโลยีระดับนี้
- โมเดลความร่วมมือในไทย: AIS และกลุ่มเซ็นทรัล จับมมือกับ Japan Airlines และ WMS สร้างระบบนิเวศ "AIS HUB of E-Waste" เพื่อเป็นจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ในห้างสรรพสินค้า 42 สาขาทั่วไทย เพื่อส่งต่อไปรีไซเคิลอย่างถูกวิธี 100% (Zero E-Waste to Landfill)
- เป้าหมายความยั่งยืน: กลุ่มเซ็นทรัลตั้งเป้าลดขยะฝังกลบ 30% ภายในปี 2030 และไปให้ถึง Zero Waste ภายในปี 2050 ส่วน Japan Airlines ก็มุ่งเน้นการใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน (SAF) เพื่อลดคาร์บอน
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
การรีไซเคิลแบบครบวงจรไม่ใช่แค่การแยกขยะ แต่คือการ "คืนชีวิตให้ทรัพยากร" ในไทยยังมีปัญหาการแยกขยะเพื่อเอาแค่ทองแล้วทิ้งส่วนที่เหลือที่เป็นพิษ (เช่น ตะกั่ว ปรอท) ลงสู่สิ่งแวดล้อม แต่โมเดลนี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าขยะทุกชิ้นจะถูกจัดการอย่างไร้สารพิษตกค้างครับ
หากคุณมีขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสายชาร์จเก่า มือถือพัง หรือถ่านไฟฉาย อย่าทิ้งลงถังขยะรวมนะครับ ลองมองหาจุดรับทิ้ง E-Waste ในเซ็นทรัลใกล้บ้านคุณดู
Tags:
ข่าวไอที