เมื่อ 'ใบปริญญา' กลายเป็นบัตรผ่านประตูสู่โลกคอนเทนต์
รัฐบาลจีน (โดยหน่วยงาน CAC) เริ่มบังคับใช้กฎเหล็กกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และ Content Creator อย่างจริงจัง โดยมีสาระสำคัญที่น่าจับตามองดังนี้ครับ:
1. จีน: สายเข้ม "ไม่รู้จริง ห้ามพูด"
- ต้องมีใบเซอร์: หากอินฟลูเอนเซอร์จะพูดเรื่อง "ซีเรียส" เช่น การเงิน, กฎหมาย, การแพทย์ หรือการศึกษา ต้องแสดงหลักฐานคุณวุฒิหรือใบอนุญาตวิชาชีพ เท่านั้น
- บทลงโทษหนัก: ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 14,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.5 แสนบาท)
- คุมเข้มโฆษณาแฝง: สั่งห้ามเนียนขายอาหารเสริมหรือบริการทางการแพทย์ในรูปแบบการให้ความรู้
- ความโปร่งใสของ AI: หากใช้ AI สร้างเนื้อหา หรืออ้างอิงงานวิจัย ต้องระบุให้ชัดเจน
2. สหรัฐฯ: สายเสรี "ใครใคร่พูด...พูด"
- ในขณะที่เอเชีย (จีนและเกาหลีใต้) พยายามคัดกรองผู้พูด แต่ฝั่งสหรัฐฯ นำโดยนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ กลับสนับสนุนให้อินฟลูเอนเซอร์และพอดแคสเตอร์มีบทบาทมากขึ้น
- Meta (Facebook/Instagram) เริ่มผ่อนคลายการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Check) จากบุคคลภายนอกตามแรงกดดันทางการเมือง
3. เกาหลีใต้: เตรียมแบนอินฟลูฯ สายดาร์ก
- กำลังพิจารณากฎหมายจำกัดชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างคอนเทนต์เชิงลบ หรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ (เช่น กรณี Johnny Somali)