บทสัมภาษณ์ ดร.กฤษฎา แก้ววัดปริง จากโปรแกรมเมอร์สู่ผู้นำแนวคิด Smart City ไทย

 




บทสัมภาษณ์ ดร.กฤษฎา แก้ววัดปริง
จากโปรแกรมเมอร์สู่ผู้นำแนวคิด Smart City ไทย


"เทคโนโลยีไม่ได้มีไว้เพื่อความล้ำสมัย แต่มีไว้เพื่อแก้ปัญหาจริงให้คนจริง"


ในห้องทำงานที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยหนังสือและอุปกรณ์ดิจิทัล ดร.กฤษฎา แก้ววัดปริง ต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ชายผู้ที่วงการ Smart City ไทยรู้จักในฐานะที่ปรึกษาที่สามารถแปลงแนวคิดระดับนโยบายให้กลายเป็นระบบที่ใช้งานได้จริง


เส้นทางที่ไม่ได้วางแผนไว้

ถาม: อาจารย์เริ่มต้นเส้นทางสู่โลกดิจิทัลอย่างไร?

ดร.กฤษฎา: ผมเริ่มจากความสงสัยธรรมดาครับ ตอนทำงานเห็นว่าหลายอย่างมันทำซ้ำๆ เสียเวลา ก็คิดว่าน่าจะมีวิธีที่ดีกว่า เริ่มจากเขียนโปรแกรมเล็กๆ ช่วยงานตัวเอง จากนั้นก็ช่วยเพื่อนร่วมงาน แล้วก็ขยายออกไปเรื่อยๆ ไม่ได้วางแผนว่าจะมาทำเรื่อง Smart City หรอกครับ มันค่อยๆ พัฒนามา

ถาม: จุดเปลี่ยนสำคัญคืออะไร?

ดร.กฤษฎา: ตอนที่ได้ไปทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครั้งแรก ผมเห็นว่าปัญหาจริงๆ ของบ้านเราไม่ใช่ขาดเทคโนโลยี แต่คือการเชื่อมต่อระหว่างเทคโนโลยีกับคนใช้งาน เจ้าหน้าที่หลายคนเก่งมาก มีความตั้งใจ แต่เครื่องมือที่มีมันไม่ตอบโจทย์ ตรงนั้นแหละครับที่ผมรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่อยากทำ


ปรัชญาการทำงาน

ถาม: Smart City ในมุมมองของอาจารย์คืออะไร?

ดร.กฤษฎา: หลายคนนึกถึงเมืองที่เต็มไปด้วยเซ็นเซอร์ หุ่นยนต์ รถไร้คนขับ แต่สำหรับผม Smart City คือเมืองที่มีความสุขครับ ที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาแก้ปัญหาของประชาชนได้จริง บางทีแค่ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่าน LINE ที่ใช้ง่าย ก็สมาร์ทกว่าระบบแพงๆ ที่ไม่มีใครใช้เป็น


บทเรียนจากสนามจริง

ถาม: ความท้าทายที่พบบ่อยที่สุดในการทำงานกับภาครัฐคืออะไร?

ดร.กฤษฎา: สามเรื่องครับ หนึ่งคือการเปลี่ยนวิธีคิด หลายคนยังติดกับวิธีทำงานแบบเดิม สองคือความต่อเนื่อง ผู้บริหารเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยน สามคือการวัดผล หลายโครงการวัดแค่ว่าทำเสร็จไหม ไม่ได้วัดว่ามันช่วยอะไรประชาชนจริงหรือเปล่า

ถาม: มีโครงการไหนที่ภูมิใจเป็นพิเศษ?

ดร.กฤษฎา: ทุกโครงการมีคุณค่าในแบบของมันครับ แต่ที่ประทับใจคือระบบดูแลกลุ่มเปราะบางของเทศบาลแห่งหนึ่ง เพราะมันไม่ได้แค่เก็บข้อมูล แต่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ ได้อย่างเป็นระบบ ได้ยินว่าช่วยชีวิตคนได้จริงในกรณีฉุกเฉิน อันนั้นรู้สึกว่างานมันมีความหมาย


มุมมองต่ออนาคต

ถาม: AI จะเปลี่ยนแปลงงาน Smart City อย่างไร?

ดร.กฤษฎา: AI จะช่วยให้เราวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าให้เทคโนโลยีนำหน้าความพร้อมของคน ผมเน้นสอนให้เข้าใจหลักการก่อน ใช้เป็นก่อน แล้วค่อยขยับไปใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนขึ้น

ถาม: คำแนะนำสำหรับคนที่อยากทำงานด้านนี้?

ดร.กฤษฎา: สามอย่างครับ หนึ่งคือลงมือทำ อย่ารอให้พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ เริ่มจากโปรเจกต์เล็กๆ แล้วเรียนรู้ไป สองคือเข้าใจปัญหาก่อนคิดวิธีแก้ หลายคนอยากใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ไม่เคยถามว่าปัญหาจริงๆ คืออะไร สามคืออย่าทำคนเดียว หาทีม หาเครือข่าย งานแบบนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย


ปิดท้าย

ถาม: อะไรคือแรงขับเคลื่อนให้ทำงานต่อไป?

ดร.กฤษฎา: ทุกครั้งที่เห็นระบบที่สร้างถูกนำไปใช้จริง เห็นเจ้าหน้าที่ทำงานได้ง่ายขึ้น เห็นประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น มันเป็นพลังงานที่เติมเต็มครับ และที่สำคัญคือการได้ถ่ายทอดความรู้ ได้เห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานด้านนี้ รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันมีความหมาย มันจะอยู่ต่อไปแม้เราไม่อยู่