อวสานโซลาร์ราคาถูก? แผงโซลาร์จ่อพุ่ง 15% รับเกณฑ์ใหม่จากจีน

จากที่เคยราคาดิ่งเหวมาหลายปี ตอนนี้ตลาดโซลาร์เซลล์กำลังเข้าสู่ช่วง "ขาขึ้น" อย่างเต็มตัวครับ โดยมีปัจจัยหลักมาจากพี่ใหญ่หน้าด่านอย่าง "จีน" ที่เปลี่ยนนโยบายแบบหักศอก ส่งผลกระทบโดมิโน่ไปทั่วโลก ดังนี้ครับ

1. นโยบายจกจีนที่เป็นตัวเปลี่ยนเกม

  • รีดภาษีเพิ่ม: จีนเตรียมปรับเพิ่มภาษีส่งออกประมาณ 9% (เริ่มเมษายน 2569) และยกเลิกการคืนภาษีส่งออก (Tax Rebate) ทำให้ต้นทุนที่เคยถูกสปอยล์ไว้หายไปทันที
  • คุมการผลิต: รัฐบาลจีนสั่งลดกำลังการผลิตเพื่อหยุดปัญหา "ของล้นตลาด" และยุติสงครามราคาที่ทำให้ผู้ผลิตขาดทุนยับเยินมานาน
2. ต้นทุนวัตถุดิบ "แพงขึ้น" ทุกภาคส่วน

  • ราคาแร่เงินและทองแดง (ส่วนประกอบสำคัญในแผงและระบบไฟ) พุ่งสูงขึ้นกว่า 10%
  • ค่าขนส่งและค่าพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับราคาต่ำแบบเดิมได้อีกต่อไป
3. ผลกระทบต่อผู้บริโภคและประเทศไทย

  • ราคาจ่อพุ่ง: คาดว่าราคาแผงโซลาร์จะปรับขึ้นราว 10-15% ภายในเวลาอันสั้น (บางรุ่นอย่าง TOPCon เริ่มขยับแล้ว)
คุณตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส (CEO จาก NEPS) ชี้ว่าไทยต้องเร่งปรับตัว โดยเสนอให้รัฐหนุนมาตรการ Net Metering (หักลบหลบหน่วยไฟฟ้า) และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยให้ประชาชนยังเข้าถึงพลังงานสะอาดได้คุ้มค่า แม้ต้นทุนแผงจะสูงขึ้น

นี่คือการเปลี่ยนผ่านจากยุค "เน้นของถูก" ไปสู่ยุค "ราคาสะท้อนต้นทุนจริง" ครับ ใครที่กำลังเล็งจะติดตั้งโซลาร์เซลล์ ช่วงนี้อาจเป็นโค้งสุดท้ายของราคาเดิมก่อนที่กำแพงภาษีใหม่ของจีนจะเริ่มบังคับใช้ในเดือหน้า