Uber ยอมความแฮกเกอร์ จ่ายเงินปิดปากกรณีข้อมูลรั่วไหล 57 ล้านราย

ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของยักษ์ใหญ่ Ride-sharing อย่าง Uber ที่เพิ่งออกมายอมรับว่า เคยถูกแฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูลครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2016 แต่กลับเลือกที่จะ "จ่ายเงินปิดข่าว" แทนการแจ้งเตือนผู้งานครับ"

เกิดอะไรขึ้น?

  • เหตุการณ์: ขอมูลผู้ใช้งาน 50 ล้านคน และคนขับอีก 7 ล้านคน (รวม 57 ล้านคน) ถูกแฮกเกอร์ 2 รายเจาะผ่านระบบ Cloud
  • ข้อมูลที่หลุด: ชื่อ, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์ และเลขใบขับขี่ (เฉพาะคนขับในสหรัฐฯ) แต่ ข้อมูลบัตรเครดิตและเส้นทางการเดินทางยังปลอดภัย
  • การแก้ปัญหา (แบบผิดๆ): ผู้บริหารชุดเก่าเลือกจ่ายเงิน 100,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3.3 ล้านบาท) ให้แฮกเกอร์ เพื่อลบข้อมูลและสั่งให้เงียบสนิท โดยไม่มีการแจ้งความหรือบอกผู้ได้รับผลกระทบเป็นเวลานานนับปี

ความเคลื่อนไหวล่าสุด

คุณ Dara Khosrowshahi CEO คนปัจจุบัน (ที่เพิ่งมารับตำแหน่งภายหลัง) ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการ

  1. เปิดเผยความจริง: ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ไม่ควรถูกปกปิด และเป็นความล้มเหลวของบริษัท
  2. ลงโดทษพนักงาน: สั่งปลดพนักงาน 2 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจปิดบังข้อมูล
  3. มาตรการเยียวยา: เพิ่มระบบป้องกันความปลอดภัย และเปิดช่องทางให้คนขับตรวจสอบว่าตนเองได้รับผลกระทบหรือไม่
กรณีนี้สะท้อนให้้ห็นว่า "ความซื่อสัตย์" สำคัญพอๆ กับ "ความปลอดภัย" ในโลกยุคดิจิทัลครับ การปกปิดปัญหาอาจทำให้ความเชื่อมั่นของแบรนด์พังทลายได้มากกว่าตัวช่องโหว่ทางเทคนิคเสียอีก