ปลดล็อคการพัฒนา ทักษะสมอง EF ตั้งแต่ปฐมวัย ปูทางสู่การสร้างพลเมืองคุณภาพ พร้อมดันกรุงเทพฯเป็น “เมืองอนุบาลระดับโลก”

ในแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาปฐมวัย เมื่อเอ่ยถึงแนวทาง EF ที่ย่อมาจาก Executive function การพัฒนา ทักษะสมอง EF (Executive Function) ให้กับเด็กปฐมวัย หลายคนย่อมทราบดีว่านี่คือแนวทางสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และทักษะการใช้ชีวิต ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างมีเหตุผล โดยแนวทางนี้โฟกัสไปที่การสร้างเสริมทักษะการรู้คิดเชิงบริหาร และ SR การควบคุมตนเอง (Self-Regulation) คือ ทักษะขั้นสูงของสมองส่วนหน้า (frontal lobe) ที่ทำหน้าที่กำกับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมเพื่อให้ทำงานตามเป้าหมายได้สำเร็จ


3 วิธีพื้นฐาน สร้าง ทักษะสมอง EF ยกระดับการศึกษาปฐมวัย

ทั้งนี้ ในการพัฒนา ทักษะสมอง EF ให้กับเด็กปฐมวัย ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องรู้ก่อนว่า ทักษะสมอง EF มีกี่ประเภทและประกอบไปด้วยทักษะสำคัญในด้านใดบ้าง จากบทความให้ความรู้เรื่อง “EF (Executive Function) พัฒนาทักษะสมองของเด็กตามช่วงวัย” จากเว็บไซต์ Med Park Hospital ได้ระบุว่าประกอบไปด้วยทักษะสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

  1. ทักษะความจำเพื่อนำมาใช้งาน (Working Memory) คือ ทักษะในการจดจำ เก็บประมวลผลข้อมูล และนำข้อมูลที่ถูกจัดเก็บในคลังสมองออกมาใช้ในระยะเวลาอันสั้นเพื่อการทำงาน การแก้ไขสถานการณ์ และการดำเนินชีวิตประจำวัน
  2. ทักษะความยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive or Mental Flexibility) คือ ความสามารถในการคงความสนใจในสิ่งที่ทำ ในขณะที่ก็มีความยืดหยุ่นทางความคิด สามารถปรับตัวตามสถานการณ์เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันกับผู้อื่น
  3. ทักษะการยับยั้งชั่งใจและการควบคุมตนเอง (Inhibitory Control or Self-Control) คือ ความสามารถในการควบคุมความคิด และการกระทำของตนต่อการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ล่อใจหรือดึงดูดความสนใจ ช่วยให้คิดไตร่ตรองถึงผลดี-ผลเสียก่อนการกระทำหรือก่อนพูด ช่วยยังยั้งไม่ให้ทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
นอกจากนั้น สิ่งที่บุคลากรภาคการศึกษาของไทยต้องรู้ คือ ทักษะสมอง EF ทักษะการรู้คิดเชิงบริหาร และ SR การควบคุมตนเอง สามารถส่งเสริมให้เต็มศักยภาพได้ด้วยแนวทาง 3 ประการดังนี้
  1. การมีความสัมพันธ์ที่ดี (Good Relationship) พื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีเริ่มจากบุคคลใกล้ชิด เช่น คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง คุณครู ไปจนถึงเพื่อนๆ และบุคคลในสังคมคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเด็ก โดยเด็กจะสามารถพัฒนาทักษะการรู้คิดเชิงบริหารและการควบคุมตนเองได้ดีโดยมีคุณพ่อ คุณแม่เป็นต้นแบบ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กทำ ให้กำลังใจในความพยายามของเด็ก สร้างความมั่นใจให้แก่เด็ก คอยช่วยเหลือเด็กให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกที่อาจขัดขวางกระบวนการพัฒนาทักษะการรู้คิดเชิงบริหาร และการพัฒนาขีดความสามารถของเด็ก
  2. ส่งเสริมกิจกรรมที่เด็กได้มีส่วนร่วม (Promote Learning Activities) เด็กเล็กในช่วงปฐมวัยควรได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาไปพร้อมๆ กัน โดยหลักการสำคัญของกิจกรรม คือต้องไม่สร้างความตึงเครียดให้กับเด็กมากจนเกินไป โดยในระหว่างกิจกรรม ควรช่วยให้เด็กสามารถจัดการกับความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่งเสริมกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย กิจกรรมที่ฝึกการสื่อสาร และส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมให้กับเด็ก และควรเพิ่มความท้าทายของกิจกรรมให้มีความยากขึ้นทีละขั้นตามลำดับ
  3. สิ่งแวดล้อมที่ดี (Good Environment) สิ่งแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้การพัฒนาทักษะต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดี คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง หรือคุณครูควรจัดให้มีพื้นที่กิจกรรมที่ได้ใช้ทักษะความคิดสร้างสรรค์ การออกสำรวจ หรือการออกกำลังกายโดยควรเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก และสอดคล้องกับเศรษฐสถานะทางสังคมของเด็ก

กทม. จับมือ กลุ่มบริษัทดาว จัดมหกรรม “Dream City” จุดประกาย “เมืองสร้างคน” ผลักดันการใช้ ทักษะสมอง EF พัฒนาเด็กปฐมวัยทั้งระบบ

เพื่อให้เห็นภาพการนำแนวทางการพัฒนา ทักษะสมอง EF ไปใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยทั้งระบบ ล่าสุด กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ร่วมมือกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) และภาคีเครือข่ายชั้นนำ ร่วมกันวางรากฐานการสร้างพลเมืองคุณภาพ ผ่านการเสริมสร้างทักษะสมอง EF ให้กับเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน ในงานมหกรรม “Dream City เมืองสร้างฝัน EF สร้างคน”
โดยงานนี้เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เป้าหมาย “เมืองอนุบาลระดับโลก” ด้วยการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่ ครู และผู้ปกครองเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่างหลั่งไหลเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง แม้จะเป็นการจัดมหกรรมในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกก็ตาม
ทั้งนี้ คุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “กทม.เดินหน้าแผนเชิงรุก  และเป้าหมาย เพื่อต้องการให้เยาวชนเข้าสู่ระบบการศึกษามากที่สุดควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน”
“โดยที่ผ่านมา ได้เปิดรับเด็กเข้าเรียนชั้นเตรียมอนุบาลตั้งแต่อายุ 3 ปี (จากเดิม 4 ปี) ปัจจุบันได้ทำการเปิดรับนักเรียนในระดับชั้นอนุบาล 1 ตั้งแต่อายุ  3 ขวบ จำนวน 312 โรงเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ปัจจุบันพบว่า กทม. มีเด็กอยู่ประมาณ 2.7 แสนคน โดยเป็นเด็กที่อยู่ในระบบโรงเรียนสังกัด กทม. เพียง 6 หมื่นคน และในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีกราว 3-4 หมื่นคน จึงเป็นความท้าทายที่ต้องเร่งนำเด็กส่วนใหญ่เข้าสู่ระบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ”

“การดำเนินงานเรื่องการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้าในเด็กเป็นการเปลี่ยนนโยบายจากกว่า 200 นโยบายของ กทม. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทั้งตัวครูและเด็ก พร้อมประสานงานกับสภากรุงเทพมหานคร เพื่อผลักดันงบประมาณสนับสนุน ปัจจุบัน กทม. มีโรงเรียนต้นแบบที่นำทักษะ EF มาใช้เป็นระบบการเรียนการสอน 7 โรงเรียนนำร่อง ซึ่งเห็นผลลัพธ์ความสำเร็จที่แตกต่างอย่างชัดเจน”
“โรงเรียนอนุบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับผู้ปกครองอย่างเป็นระบบ ผ่าน “ห้องเรียนพ่อแม่”, โปรแกรม Triple P และกิจกรรมเปิดชั้นเรียนสาธารณะ (Open Class) เพื่อเสริมความเข้าใจด้านพัฒนาการเด็ก การเลี้ยงดูเชิงบวก และการส่งเสริมทักษะสมอง EF ให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ในโรงเรียน ควบคู่กับการขับเคลื่อนกระบวนการ School as Learning Community (SLC) ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาครูปฐมวัยผ่านการเรียนรู้ร่วมกันของทั้งโรงเรียน เพื่อให้เด็กแต่ละคนพัฒนาได้เต็มศักยภาพ พร้อมเชื่อมการดูแลบุตรหลานระหว่างโรงเรียน ครอบครัว อย่างไร้รอยต่อ”
“การพัฒนาเด็กปฐมวัยไม่ใช่แค่พาเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่ต้องพัฒนาหลักสูตรและส่งเสริมทักษะสมอง EF Self และพัฒนาการ 4 ด้าน ไปพร้อมกัน โดยอาศัยความร่วมมือกับภาคเอกชน”
“ปัจจุบัน กทม. ได้ยกระดับคุณภาพครูปฐมวัย มีการสอบเพื่อบรรจุ การอบรมเสริมสมรรถนะครู มีการนิเทศติดตามอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง สำนักการศึกษามีความตั้งใจในการทำเรื่องเด็กปฐมวัย ปัจจุบันเราพบว่าเด็กในโรงเรียนต้นแบบสามารถควบคุมตนเอง ดูแลตนเอง และมีวินัยมากขึ้น แม้ผลลัพธ์อาจยังไม่เห็นทันทีเหมือนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่การลงทุนด้านเด็กในวันนี้คือรากฐานสำคัญที่จะเติบโตและงอกงามในอีกหลาย 10 ปีข้างหน้าและนี่คือความสำคัญ และภารกิจนี้ “มาไกลเกินครึ่งทางแล้ว” และขอให้ครูทุกคนเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเพื่อวางรากฐานอนาคตที่สดใสให้กับเด็กไทยอย่างไม่หยุดยั้ง”

ด้าน คุณภรณี กองอมรภิญโญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่องค์กรสัมพันธ์ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ได้ถ่ายทอดมุมมองในเรื่องการผลักดัน EF ไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้ประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Dow ในเอเชีย และเราเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก แต่ปัจจุบันกลับพบความท้าทายสำคัญคือ “เด็กไทยเรียนสายวิทยาศาสตร์น้อยลง” เพราะมองว่าเป็นเรื่องยาก”
“กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) จึงได้ริเริ่มผลักดันโครงการพัฒนาทักษะสมอง EF ในจังหวัดระยอง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดระยองที่เล็งเห็นความสำคัญจนประกาศให้โครงการนี้เป็นนโยบายหลักของจังหวัด”
“และเป็นที่น่ายินดีที่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในครั้งนี้คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้โครงการได้ขยายผลต่อมายังกรุงเทพมหานครเป็นลำดับถัดไป และมีเป้าหมายระยะยาวที่จะกระจายความรู้และสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ไปสู่ระดับภูมิภาค จนครอบคลุมทั่วประเทศในอนาคต”

การปฏิวัติการศึกษายุคใหม่ในหลากหลายมิติ