สรุปบทสัมภาษณ์: "Pepper" หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ เพื่อนที่แสนดีหรือภัยคุกคามแรงงาน?
จากการพูดคุยกับ เซบาสเตียน กาญง (Sebastien Cagnon) หัวหน้าบริษัท Hoomano ประจำประเทศญี่ปุ่น ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้หุ่นยนต์ชื่อดังอย่าง "Pepper" ของ SoftBank เราได้เห็นมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของหุ่นยนต์ในสังคมมนุษย์ ดังนี้
ปัญหาและทางออกของ Pepper ในปัจจุบัน
แม้ Pepper จะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะหุ่นยนต์ที่เข้าใจอารมณ์มนุษย์ แต่ในความเป็นจริงยังมีข้อจำกัด
- ข้อจำกัดด้านการสื่อสาร: ไม่สามารถโต้ตอบได้ลื่นไหลเหมือนมนุษย์ 100 % จึงต้องมีแท็บเล็ตบนหน้าอกเพื่อช่วยประคองการสื่อสาร
- ความคาดหวัง vs ความจริง: ภาคธุรกิจที่ซื้อไปบางครั้งยังใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ จนกลายเป็นตั้งทิ้งไว้เฉยๆ
- การพัฒนาซอฟต์แวร์: Hoomano เข้ามาช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ออนไลน์ให้ผู้ใช้สามารถ Customize หรือปรับแต่งการทำงานของ Pepper ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองได้ง่ายขึ้น
เซบาวเตียนชี้ให้เห็นว่า "ทัศนคติ" ต่อหุ่นยนต์ถูกแบ่งแยกด้วยความต่างทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ
- ฝั่งญี่ปุ่น (มุมมองบวก): มองหุ่นยนต์เป็น "ฮีโร่" (เหมือน Doraemon หรือ Astro Boy) ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและสังคมผู้สูงอายุ
- ฝั่งตะวันตก (มุมมองลบ): มองหุ่นยนต์เป็น "ผู้ร้าย" (เหมือน Terminator) เนื่องจากว่ากังวลเรื่องการถูกแย่งงาน เพราะมีอัตราการว่างงานในประเทศที่สูงกว่า
เป้าหมายต่อไปไม่ใช่แค่การทำให้หุ่นยนต์ดูฉลาด แต่คือการทำให้มัน "ใช้งานได้จริง"
- ต้องทำให้ภาคธุรกิจเห็นความคุ้มค่า เนื่องจากตัวเครื่องมีราคาสูง (Pepper ราคาประมาณ 7.7 แสนบาท)
- นักพัฒนาต้องระมัดระวังในการให้ข้อมูล ไม่ขายฝันจนเกินไป เพื่อให้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก