depa บูรณาการเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติ

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดร.นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส และนายประชา อัศวธีระ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคใต้ พร้อมคณะองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (USTDA) โดย Mr. Brandon Megorden Smart City Sector Lead., Mr. Kevin Toohers, Regional Manager for Southeast Asia and the Pacific. และ Mr. Sithisakdi Apichatthanapath, Deputy Regional Manager for Southeast Asia and the Pacific. และที่ปรึกษาบริษัท Winbourne Dr.Aziz Nanthaamornphong Dean of College of Computing at Prince of Songkla University and Senior Project Advisor to Winbourne. และ Ms. Waranya Budkaew Project Coordinator for Winbourne Consultting เข้าพบหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อน Phuket Smart City เพื่อนำเสนอแผนการดำเนินโครงการความร่วมมือ Phuket Smart City Technical Assistant Package
.
บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด (PKCD) ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์การปรับเปลี่ยนรถโดยสารเป็น รถบัสไฟฟ้า (EV Bus) 100% เพื่อขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการยกระดับความสะดวกสบาย ผ่านระบบชำระเงิน EMV Contactless ที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรทางการเงินระดับโลกอย่าง MasterCard อีกทั้งยังเตรียมนำเทคโนโลยี AI Passenger Counter มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมคนขับและนับจำนวนผู้โดยสารแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเดินรถให้มีความแม่นยำสูงสุด
.
ต่อเนื่องด้วยการเยี่ยมชมโครงการ "Phuket Tinicon Valley" ของ บริษัท ภูเก็ตภิวัฒน์ จำกัด ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ต้นแบบเมืองอัจฉริยะภาคเอกชนมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท โดยโครงการนี้ถูกวางให้เป็น พื้นที่ทดสอบทดลองนวัตกรรม (Sandbox) สำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต อาทิ ระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) และการวางโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินทั้งหมดเพื่อทัศนียภาพและความปลอดภัย เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง (Global Citizens) จากทั่วโลกให้เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน
.
ในส่วนของการบูรณาการข้อมูลเพื่อการบริหารเมือง คณะทำงานได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อผลักดันนโยบาย "Safety & Smart Mobility" โดยมุ่งเน้นการใช้ AI ในการเฝ้าระวังอุบัติเหตุทางถนน
.
ขณะเดียวกัน ทาง อบจ. ภูเก็ต ได้เร่งรัดการบูรณาการข้อมูลจากโครงข่ายกล้องวงจรปิด (CCTV) ของท้องถิ่นทั้ง 19 แห่ง เข้าสู่ศูนย์บัญชาการและปฏิบัติการกลาง (Command Center) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการติดตามอาชญากรรมและการจัดการจราจร
.
สำหรับการเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยสาธารณะ คณะทำงานได้เข้าหารือกับรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ถึงความคืบหน้าโครงการ "Phuket Eye" ซึ่งมีการดำเนินการ ติดตั้งกล้อง CCTV ระบบ AI ใหม่จำนวน 503 ตัว และอัพเกรดกล้องเดิมอีก 233 ตัว เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่แพลตฟอร์มกลาง (City Data Platform) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงระบบวิเคราะห์ใบหน้าที่รองรับฐานข้อมูลบุคคลเฝ้าระวังได้ถึง 1 ล้านภาพ และระบบตรวจจับป้ายทะเบียนรถที่ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วภายใน 2.5 วินาที
.
ทั้งนี้ ความร่วมมือทั้งหมดจะถูกนำไปต่อยอดสู่รายงานยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้โครงการช่วยเหลือด้านเทคนิคจากพันธมิตรต่างประเทศ มูลค่ากว่า 840,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในลำดับถัดไป ทีมที่ปรึกษาเชี่ยวชาญระดับสากลเตรียมลงพื้นที่จัดเวิร์คช็อปใหญ่ในช่วงวันที่ 16 - 27 มีนาคม 2569 เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับจัดทำแผนแม่บทฯ ฉบับสมบูรณ์ภายในเดือนกันยายนปีนี้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การปิดโครงการอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2570 เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่ปลอดภัย สะดวกสบาย และยั่งยืนอย่างแท้จริง