depa ร่วมงานแถลงข่าว Kick Off มาตรการใหญ่ภาครัฐ ครั้งแรกกับนโยบายรัฐหนุนเต็มรูปแบบสนับสนุนภาพยนตร์ไทย และดิจิทัลคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) นำโดย ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล ในฐานะคณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าว Kick Off มาตรการภาครัฐครั้งสำคัญอย่างเป็นทางการ 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ และมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของประเทศ จัดขึ้นโดยกระทรวงวัฒนธรรม โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว ร่วมกับ หน่วยงานภาคเอกชนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ ได้แก่ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย อุตสาหกรรมเพลง สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย และสมาคมดิจิทอลคอนเทนท์ไทย พร้อมด้วยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอีกจำนวนมาก ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, กรุงเทพมหานคร
.
โดยในงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า มาตรการ 2 ด้านนี้ เป็นมาตรการสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรม ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ สร้างรายได้ การจ้างงาน ช่วยสร้างงานและพัฒนาทักษะแรงงานไทย โดยเฉพาะนักศึกษาและผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ให้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานจริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับสากล และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของโลก
.
โดยมาตรการแรก คือ มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ ที่สนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยตรงครั้งแรก ในลักษณะการให้ทุนสนับสนุน ร้อยละ 15 - 30 ของค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อเรื่องตั้งแต่ 15 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข และมาตรการที่สอง คือ มาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ ที่จะช่วยดึงดูดผู้ประกอบการและบริษัทต่างชาติให้เข้ามาจ้างผู้ประกอบการไทยผลิตงานดิจิทัลคอนเทนต์ เช่น งานแอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ และงานหลังการผลิต (Post-production) โดยภาครัฐสนับสนุนเงิน ร้อยละ 20 ของค่าจ้างตามสัญญา โดยต้องเป็นสัญญาจ้างจากบริษัทต่างประเทศตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป
.
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวปิดท้ายว่า มาตรการทั้ง 2 ด้าน จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และดิจิทัลคอนเทนต์ไทยอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ เพิ่มการจ้างงานรวมไปถึงส่งผลบวกต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นแหล่งผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ที่สำคัญจะสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว