depa ร่วมสร้างเส้นทางสู่ชีวิตการทำงานแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI ไปกับหลักสูตร Digital Jumpstart #3

 

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) นำโดย นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ และนายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน พร้อมคณะผู้เข้าอบรมหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่ 3 ได้เดินทางไปยังบริษัท Amazon Web Services (AWS) Thailand และบริษัท SEA Thailand เพื่อเรียนรู้การใช้ความรู้ด้านดิจิทัลมาต่อยอดในการพัฒนาธุรกิจ
.
AWS Thailand โดยคุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager คุณภัคธภา ฉัตรโกเมศ Public Sector Country Manager และคุณฐิติมา รุ่งผาติ Business Lead, Government Industry Amazon Web Services (AWS) Thailand ได้ร่วมชูวิสัยทัศน์ “Bridging Tomorrow” ผสาน Cloud–AI–Security ขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัล พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริงในไทย เน้นย้ำบทบาทผู้นำด้าน Cloud Provider ระดับโลก ผ่านแนวคิด “Bridging Tomorrow – การเดินทางสู่อนาคต” โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยี Cloud, AI และ Security มาสร้างคุณค่าให้กับภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ AWS ให้ความสำคัญคือ ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล (Security) ควบคู่ไปกับการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยมีตัวอย่างการนำ AI บน AWS Cloud มาประยุกต์ใช้จริง เช่น แนวคิด AI Police Cyborgs ที่ใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัย ตรวจจับผู้กระทำผิด รวมถึงเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉินและการเจ็บป่วยของประชาชนแบบเรียลไทม์
.
ขณะเดียวกัน AWS ยังสนับสนุนการใช้ AI ในภาคการศึกษา ผ่านกรณีของ Chatbot “Knowva” ซึ่งพัฒนาร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) เพื่อช่วยตอบคำถามนักเรียนและนักศึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังช่วยวิเคราะห์ความสนใจของผู้เรียน โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วมากกว่า 6,000 คน สะท้อนศักยภาพของ AI ในการยกระดับการเรียนรู้ นอกจากนี้ AWS ยังมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือผ่าน AWS Tech Alliance ที่ปัจจุบันมีพันธมิตรมากกว่า 28 องค์กร เพื่อร่วมกันพัฒนาโซลูชันดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่ ๆ
.
ในส่วนของ Case Study AWS ยังคงยึดหลักการทำงานสำคัญคือ “Innovation starts with the customer and works backwards” โดยเน้นวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง การใส่ใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และการออกแบบโซลูชันจากความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งาน AWS ยังเน้นย้ำว่า การใช้ AI ให้มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากเป้าหมายที่ชัดเจน มีข้อมูลที่สอดคล้องกับเป้าหมายนั้น และข้อมูลต้องมีความปลอดภัยรวมถึงมีอธิปไตย (Data Security & Data Sovereignty) โดยองค์กรควรเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับ Use Case ตั้งแต่ AI, Machine Learning (ML), Deep Learning (DL) ไปจนถึง Generative AI พร้อมทั้งคำนึงถึงแนวโน้มที่หน่วยงานภาครัฐเริ่มปรับตัวมาใช้ระบบ Cloud ในการจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลมากขึ้น
.
ต่อมาทางคณะได้เดินทางต่อไปยังบริษัท SEA Thailand เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการขับเคลื่อน Digital Ecosystem ของภูมิภาคจาก ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ Senior Director, Sea (Thailand) [Shopee, Garena, SeaMoney (Monee)]
.
ด้าน SEA Thailand หัวเรือใหญ่ผู้ดูแลบริษัทชื่อดังอย่าง Garena, Shopee และ SeaMoney (Monee) ได้สะท้อนเส้นทางความสำเร็จของ Garena จากผู้ให้บริการเกมคอมพิวเตอร์ สู่ผู้พัฒนาเกมมือถือระดับโลกอย่าง ROV และ Free Fire โดยชี้ให้เห็นว่าแม้ในยุโรปและอเมริกา เกมยอดนิยมมักอยู่บนคอมพิวเตอร์และคอนโซล ในขณะที่ในเอเชีย เกมมือถือคือหัวใจหลักของตลาด
.
Garena จึงให้ความสำคัญกับการสร้าง Esport Ecosystem ผ่านการจัดการแข่งขัน Esport การทำพาร์ทเนอร์กับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดึงดูดผู้เล่นกลุ่ม Gen Z รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Esport Studio เพื่อรองรับการแข่งขันระดับมืออาชีพ
.
ในขณะเดียวกัน Shopee ในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ได้เล่าถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับ User Experience เช่น ฟีเจอร์ทดลองเฉดสีเครื่องสำอาง (Shade สีลิปสติก) ก่อนตัดสินใจซื้อ การพัฒนาโลจิสติกส์ให้รวดเร็วขึ้นจนบางร้านค้าสามารถจัดส่งสินค้าได้ภายใน 4 ชั่วโมง อีกทั้ง Shopee ยังใช้กลยุทธ์เพิ่มยอดขายผ่าน Affiliate และ KOL ซึ่งเหมาะกับสินค้าประเภทอาหารและเครื่องสำอาง รวมถึงการผสานช่องทางใหม่อย่าง Shopee x YouTube Shopping ด้วยปุ่ม View Product และยังมีแผนขยายสู่บริการด้านการเงินภายใต้ชื่อ Monee ในอนาคตซึ่งในปัจจุบันบริการที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักของ Monee ก็คือ SPayLater