ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด ไทยต้องเร่งสร้าง "ขุนพลไซเบอร์"

 

จากการปาฐกถาของ ริชาร์ด  คลาร์ก (Richard Clarke) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงไซเบอร์ระดับโลก (อดีตที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ) ในงานวันสื่อสารแห่งชาติ ได้เน้นย้ำว่าภัยคุกคามไซเบอร์ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัว หรือจำกัดอยู่แค่การแฮกธนาคารอีกต่อไป  แต่กำลังกลายเป็น "วิกฤตที่หยุดชะงักโลกธุรกิจ" ได้จริง

บทเรียนจากโลกความจริง

  • WannaCry & Petya: มัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่เคยทำเอาบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง WPP (โฆษณา) และ Maersk (ขนส่งทางเรือ) ต้องหยุดชะงัก สูญเสียรายได้มหาศาล
  • ช่องว่างความประมาท: ผู้บริหารส่วนใหญ่มักคิดว่าบริษัทตัวเอง "เล็กเกินไป" หรือ "คงไม่โดน" แต่ความจริงคือ กว่าจะรู้ตัวว่าโดนเจาะระบบ ข้อมูลก็รั่วไหลไปแล้วเฉลี่ยถึง 205 วัน
12 วิธีรับมือสำหรับภาคธุรกิจ

  1. ผู้บริหารต้องเข้าใจ: เลิกกลัวศักท์เทคนิค แล้วหันมามองเป็นเรื่องยุทธศาสตร์
  2. งบประมาณต้องถึง: ควรลงทุนด้าน Cyber Security อย่างน้อย 8-10% ของงบไอทีทั้งหมด
  3. เลิกใช้ของเก่า: อุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ล้าสมัยคือประตูบ้านที่ไม่ได้ล็อก
  4. ฝึกซ้อมแผนรับมือ: ต้องมี "การซ้อมหนีไฟทางไซเบอร์" เพื่อให้รู้ว่าใครต้องทำอะไรเมื่อเกิดเหตุ
  5. ร่วมมือกัน: แบ่งปันข้อมูลภัยคุกคามระหว่างองค์กรในอุตสาหกรรมเดียวกัน
TH 3 มาตรการที่ไทยต้องเร่งทำ

  1. ผลิตบุคลากรเฉพาะทาง: ประเทศไทยต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity อย่างน้อย 1,000 คน โดยด่วน
  2. สร้างศูนย์กลางข้อมูล: เชื่อมโยงข้อมูลภัยคุกคามระหว่างรัฐและเอกชน
  3. ลงทุนมหาศาล: เพื่อรองรับโลกยุค IoT ที่จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่อเพิ่มขึ้นจาก 5,000 ล้านเครื่อง เป็น 30,000 ล้านเครื่องในอนาคต
ภัยไซเบอร์ในยุค New Economy ไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่าย IT อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องความอยู่รอดของธุรกิจ และความมั่งคงของชาติที่ต้องแลกมาด้วยความตื่นตัวและการลงทุนที่เหมาะสมครับ