หุ่นยนต์จะกลืนชาติ? โอกาสและวิกฤติที่ไทยต้องเร่งปรับตัว

 

บทสัมภาษณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า "หุ่นยนต์" ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยในยุค 4.0 โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

1. วิกฤติหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ไทยเป็นผู้ใช้แต่ไม่ใช่ผู้สร้าง

ปัจจุบันไทยนำเข้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจำนวนมาก (คาดการณ์กว่า 4 หมื่นตัว) แต่ปัญหาคือ เราไม่มีดทคโนโลยีเป็นของตัวเอง

  • ค่าความรู้ที่หายไป: ในการติดตั้งหุ่นยนต์ 100% เป็นค่าตัวหุ่นยนต์เพียง 30% อีก 70% คือค่าความรู้ในการติดตั้ง (System Integration) ซึ่งเงินส่วนนี้มักไหลออกนอกประเทศ
  • โจทย์ใหญ่: ไทยต้องเร่งสร้างบริษัทที่สามารถปรับแต่งหุ่นยนต์ (Unique Integration) ให้เข้ากับอุตสาหกรรมเฉพาะของไทย เช่น การผลิตอาหารแปรรูป หรือเกษตรกรรม เพื่อลดการเสียเปรียบ
2.โอกาสทองของ "หุ่นยนต์บริการ" (Service Robot)

ดร. มหิศร มองว่าไทยยังมีโอกาสแจ้งเกิดในตลาด หุ่นยนต์บริการ มากกว่าหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เพราะคู่แข่งยังน้อย แลเะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถใส่ "ความเป็นไทย" ลงไปได้ เพื่อตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและธุรกิจบริการ

3. ความกังวลด้าน "การกลืนวัฒนธรรม"

นี่คือประเด็นที่น่าตื่นตัวที่สุด หากเรานำเข้าหุ่นยนต์บริการจากต่างประเทศทั้งหมด หุ่นยนต์เหล่านั้นจะถูกโปรแกรมด้วยวัฒนธรรมของผู้ผลิต (เช่น ญี่ปุ่น หรือ จีน)

  • หากหุ่นยนต์ในอนาคตไม่เข้าใจอัตลักษณ์ไทย ไม่ทักทายแบบไทย หรือไม่เข้าใจรากเหง้าของเรา ลูกหลานที่เติบโตมากับหุ่นยนต์อาจถูกหล่อหลอมจนอัตลักษณ์ไทยสูญหายไป
4. การปรับตัวของแรงงาน

หุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่งานที่ "ทำซ้ำๆ และมีความเสี่ยง" * แรงงานทักษะต่ำ เสี่ยงตกงานสูงที่สุดหากไม่ปรับตัว

  • ทางออก: รัฐและเอกชนต้องผลักดันให้แรงงานย้ายไปสู่ภาคบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น หรือฝึกทักษะให้เป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยีแทน เช่น เปลี่ยนจากคนฉีดยาฆ่าแมลงมาเป็นคนควบคุมโดรนเกษตร
ประเทศไทยมีต้นทุนที่ดีทั้งด้านการผลิตชิ้นส่วนและบุคลากรที่มีฝีมือ แต่สิ่งที่ขาดคือ "โรดแมปที่ชัดเจน" และ "ความตระหนักในเชิงสังคม" หากเรายังมองแค่การซื้อมาใช้เพื่อสร้างรายได้ โดยไม่สร้างเทคโนโลยีเอง เราอาจติดหล่มมาเป็น "เมืองขึ้นทางเทคโนโลยี" และสูญเสียตัวตนไปในที่สุด