AI: เมื่อไรที่หุ่นยนต์จะเข้ามาแย่งงานเรา?

 

หลายคนคงเริ่มกังวลว่า AI จะเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ในเร็ววัน แต่จากรายงานการสำรวจผู้เชี่ยวชาญด้าน AI กว่า 352 คน พบว่าภาพรวมอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และยังมีช่องว่างที่ "มนุษย์" ทำได้ดีกว่าเครื่องจักรเสมอครับ

ไทม์ไลน์คาดการณ์ AI จะทำอะไรได้เมื่อไร?

จากการรวบรวมข้อมูล นักวิจัยมองว่า AI จะค่อยๆ พัฒนาความสามารถจะเทียบเท่าหรือเหนือกว่ามนุษย์ในบางทักษะตามช่วงเวลา ดังนี้

  • ปี 2027: ขับรถบรรทุกได้อย่างสมบูรณ์
  • ปี 2031: ทำงานในสายงานค้าปลีก (Retail)
  • ปี 2049: เขียนนิยายจนติดอันดับ Best Seller ของ The New York Times
  • ปี 2053: ทำหน้าที่ศัลยแพทย์ผ่าตัด
ทำไมบางงานถึงยัง "ยาก" สำหรับ AI?

แม้เราจะเห็น AI อย่าง AlphaGO หรือโปรแกรมเขียนข่าวกีฬาของ AP ประสบความสำเร็จ แต่การทำงานในโลกจริงมีความซับซ้อนกว่าในห้องแล็บ

  1. ทักษะทางกายภาพและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป: หุ่นยนต์พับผ้าอาจทำได้ดีในแล็บ แต่การหยิบจับวัตถุที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน ยังใช้เวลานานและซับซ้อนเกินไป
  2. สัญชาตญาณและการตัดสินใจ: งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์การเล่นคำ หรือการหักมุมในนิยาย ยังเป็นสิ่งที่ AI ต้องใช้เวลาฝึกฝนอีกหลายสิบปี
  3. ความเข้าใจอารมณ์ (Empathy): มนุษย์มีความเห็นอกเห็นใจที่เครื่องจักรเลียนแบบไม่ได้ ลูกค้ายังต้องการการปฏิสัมพันธ์จากมนุษย์จริงๆ ในงานที่ละเอียดอ่อน
เป้ามหมายที่แท้จริงของเทคโนโลยี AI คือการมาช่วยลดภาระงานซ้ำซาก (Routine) เพื่อให้มนุษย์มีเวลาไปโฟกัสกับงานที่มีมูลค่าสูงกว่า เช่น งานด้านความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ใครเก่งกว่าใคร แต่อยู่ที่การหา "จุดสมดุล" ระหว่างความแม่นยำของเครื่องจักรและความเป็นมนุษย์ของเรานั่นเอง