เจาะลึกทิศทาง "ยานยนต์พลังสะอาด" ภารกิจกู้โลกของ 4 มหาอำนาจ
ปัจจุบันทั่วโลกไม่ได้มองว่าเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่มันคือ "ทางรอด" จากปัญหามลพิษและทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังหมดไป นี่คือสรุปแผนการขับเคลื่อนของประเทศผู้นำครับ
1. สหราชอาณาจักร: มุ่งหน้าสู่ถนนไร้มลพิษ
รัฐบาลอังกฤษประกาศร้าวว่าจะหยุดจำหน่ายรถยนต์น้ำมันทุกชนิดภายในปี 2040 โดยตั้งเป้าให้รถบนท้องถนนทั้งหมดเป็น Zero Emission ภายในปี 2050 พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 1.1 หมื่นล้านบาทในตั้งกองทุนแก้ไขปัญหามลพิษ และอีก 8,700 ล้านบาทในท้องถิ่นจำกัดการใชรถน้ำมันในจุดที่อากาศวิกฤต
2. เนเธอแลนด์: ต้นแบบพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน
เนเธอร์แลนด์มาแรงกว่าใครด้วยเป้าหมายหยุดขายรถน้ำมันตั้งแต่ปี 2025 โดยใช้โมเดล "One Huge Living Lab for Smart Charging" ครอบคลุมกว่า 325 เมือง เพื่อสนับสนุนการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอย่างอัจฉริยะ ที่สำคัญคือไฟฟ้าที่นำมาใช้นั้นผลิตจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์แบบ 100%
3. จีน: พี่ใหญ่ที่ขยับตัวเพื่อลมหายใจ
ในฐานะประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนมากที่สุด จีนจึงทุ่มงบกว่า 735 ล้านดอลลาร์เพื่อดันอุตสาหกรรม EV โดยตั้งเป้าให้มีรถพลังงานสะอาดบนท้องถนน 60% ภายในปี 2030 ปัจจุบันจีนเร่งขยายจุดชาร์จไปแล้วกว่า 1 แสนจุดทั่วประเทศ และมีมาตรการจำกัดรถยนต์น้ำมันในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้
4.อินเดีย: พลิกวิกฤติมลพิษด้วยเทคโนโลยี
อินเดียเผชิญปัญหามลพิษขั้นรุนแรงจนเปรียบเทียบว่าการหายใจคือ การสูบบุหรี่วันละ 10 มวน รัฐบาลจึงตั้งเป้าขายรถ EV หรือ Hybrid ให้ได้ 6-7 ล้านคันต่อปี และต้องการให้รถทั้งหมดเป็น Zero Emission 100% ภายในปี 2030 โดยอาศัยข้อได้เปรียบที่มีฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศทำให้ราคารถเข้าถึงง่ายขึ้น
แม้เราจะตื่นตัวช้ากว่าประเทศอื่น แต่แผนการลดการพึ่งพาน้ำมันและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่าง "จุดชาร์จไฟฟ้า" คือบทเรียนสำคัญที่เราต้องเร่งศึกษาและลงมือทำ เพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว