Sponge City: เมื่อเมืองกลายเป็น "ฟองน้ำ" เปลี่ยนวิกฤตน้ำท่วมให้เป็นโอกาสทางการท่องเที่ยว

 

ในยุคที่สภาวะโลกร้อนทำให้อากาศแปรปรวน "กำแพงคอนกรีต" อาจไม่ใช่คำตอบเดียวในการป้องกันน้ำท่วมอีกต่อไป แนวคิด Sponge City หรือ เมืองฟองน้ำ จึงกลายเป็นเทรนด์การออกแบบเมืองใหม่ที่เน้นการดูดซับ ชะลอ และกักเก็บน้ำ แทนการเร่งระบายทิ้ง

ไฮไลท์ 5 พิกัดต้นแบบเมืองฟองน้ำทั่วโลก

  1. เวียดนาม (Tân Hoá): เปลี่ยนหมู่บ้านที่เคยท่วมมิดหลังคา ให้กลายเป็น "บ้านลอยน้ำ" ที่มีถังติดตั้งใต้ตัวบ้าน จนได้รับรางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยวดีเด่นระดับโลก
  2. เยอรมนี (HafenCity): ใช้ "Warft Model" ยกระดับพื้นที่สาธารณะสูง 7.5-8.5 เมตร และออกแบบอาคารให้มีระบบกันน้ำ ทำให้การท่องเที่ยวเดินหน้าได้แม้ในช่วงน้ำหนุนสูง
  3. จีน (Yanweizhou Park): รื้อกำแพงกั้นน้ำทิ้ง แล้วสร้าง "เขื่อนขั้นบันไดปลูกพืช" พร้อมสะพานเดินชมวิวที่ออกแบบตามรูปทรงการเชิดมังกร เข้าชมได้แม้ในยามน้ำหลาก
  4. เดนมาร์ก (Enghaveparken): สวนสาธารณะที่ทำหน้าที่เป็น "อ่างเก็บน้ำยักษ์" กักเก็บน้ำได้ 23,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อนนำน้ำกลับมาใช้รดน้ำต้นไม้และล้างถนนในฤดูแล้ง
  5. เนเธอร์แลนด์ (Benthemplein): "จัตุรัสน้ำ" แห่งแรกของโลกปกติเป็นลานสเกตบอร์ดและสนามบาส แต่เมื่อฝนตกหนักจะกลายเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำขนาด 1.7 ล้านลิตร
แนวคิดเมืองฟองน้ำคือการใช้ Nature-based Solutions หรือการใช้ธรรมชาติแก้ปัญหา พลิกโฉมพื้นที่เสี่ยงภัยให้กลายเป็นแหแล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ (Climate-resilient Tourism) ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันภัยพิบัติแล้ว ยังสร้างรายได้ พิ่มพื้นที่สีเขียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในเมืองได้อย่างสมดุล