Intel ยักษ์ใหญ่ที่กำลังขาดเลือด
- สถานการณ์วิกฤต: ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Intel สูญเสียมูลค่าตลาดไปมากกว่าครึ่ง และเผาเงินสดไปเกือบ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อพยายามไล่ตามผู้นำตลาดอย่าง TSMC (ไต้หวัน) แต่ก็ยังไม่สำเร็จ แถมปีนี้คาดว่าเงินสดจะไหลออกอีก 7 พันล้านดอลลาร์
- เทคโนโลยีสะดุด: ชิปสถาปัตยกรรม 18A ที่ Intel หวังใช้เป็นไม้ตายกลับไม่ดึงดูดลูกค้าภายนอก ซีอีโอ (ลิป-บู ตัน) จึงยื่นคำขาดว่าจะไม่ลงทุนเพิ่มหากไม่มีออเดอร์ใหญ่ ซึ่งเสี่ยงทำให้ Intel ต้องถอนตัวจากการผลิตชิปขั้นสูง
มาตรการแก้เกม: รัฐบาลทรัมป์จ่อ "เข้าถือหุ้น"
- เปลี่ยนท่าทีฉับพลัน: จากเดิมที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยไล่ซีอีโอ Intel แต่อยู่ๆ ก็หันมาเจรจาและพิจารณาใช้เงินทุนจากกฎหมาย CHIPS Act เข้าถือหุ้นใน Intel โดยตรง (หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Intel ได้รับเงินอุดหนุนและเงินกู้รวมกันเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์อยู่แล้ว)
- เหตุผลด้านความมั่นคง: รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่า Intel เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน เพียงแห่งเดียว ที่มีศักยภาพผลิตชิปที่ล้ำสมัยได้ หากปล่อยให้ล้มเหลว จะกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างรุนแรง
เหรียญสองด้าน: ผลกระทบที่ต้องจับตา
- ข้อดีระยะสั้น: ตลาดขานรับทันที หุ้น Intel พุ่งขึ้นรับข่าวดี สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมา
- ความเสี่ยงระยะยาว (ผลกระทบที่ไม่ตั้งใจ): สื่อใหญ่อย่าง WSJ เตือนว่า การที่รัฐแทรกแซงอาจทำลายกลไกตลาดเสรี เช่น รัฐอาจบีบให้ Nvidia หรือ AMD ต้องมาใช้โรงงาน Intel แลกกับโควตาส่งออกไปจีน ซึ่งหากเทคโนโลยีของ Intel ยังไม่พร้อม อาจทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมชิปของสหรัฐฯ อ่อนแอลงในเวทีโลก
Tags:
ข่าวไอที