เมื่อโลกถูกขับเคลื่อนด้วย "วัฒนธรรมโดพามีน"
ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงทางอยู่ท่ามกลางกระแสไวรัลที่ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา Labubu, ขนม Dubai Chocolate หรือศิลปินอย่าง Benson Boone จนเกิดความงุนงงสงสัยว่าทำไมผู้คนถึงคลั่งไคล้กันได้ขนาดนี้... คุณไม่ได้รู้สึกไปคนเดียวครับ และนี่ไม่ใช่สัญญาณของความแก่ แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตรรกะการเกิดเทรนด์ของผู้บริโภคยุคนี้
จากอดีตที่มี "ตรรกะ" สู่ยุคใหม่ที่ใช้ "สิ่งเร้า"
ในยุคก่อน เทรนด์ต่างๆ จะมีที่มาที่ไปและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงของผู้คน เช่น ตุ๊กตา Cabbage Patch Kids ที่โด่งดังเพราะเด็กๆ สามารถเลือกให้มีหน้าตาคล้ายตัวเองได้ หรือตุ๊กตา Beanie Baby ที่เติบโตมาพร้อมกับการถือกำเนิดของ eBay ซึ่งสร้างฝันให้คนธรรมดากลายเป็นเศรษฐีจากการขายของสะสมออนไลน์
แต่เทรนด์ยุคใหม่ได้ทลายตรรกะแบบดั้งเดิมทิ้งไปจนหมดสิ้น ไม่จำเป็นต้องมีความเชื่อมโยงกับชีวิตจริงอีกต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยกลไกของโลกโซเชียลที่อัลกอริทึมเป็นใหญ่ ขอเพียงแค่เราหยุดนิ้วดูวิดีโอที่ถูกป้อนมาให้เพียงไม่กี่วินาที เนื้อหานั้นก็พร้อมจะถูกส่งต่อจนกลายเป็นกระแสระดับโลกได้ทันที คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเทรนด์ในยุคนี้จึงเหลือเพียงแค่การเป็นสิ่งที่ "กระตุ้นความสนใจได้สูง" (Highly stimulating) เท่านั้นเอง
- เคสของ Labubu: ตุ๊กตามอนสเตอร์จากค่าย Pop Mart ที่มาจากหนังสือนิทานที่ไม่เคยฉายในหลายประเทศ แต่กลับดังเป็นพลุแตกจนสินค้าขาดตลาด ยอดขายพุ่งสูงขึ้นถึงสามเท่าในปี 2025 เพียงเพราะโพสต์บน Instagram ไม่กี่โพสต์ของ ลิซ่า BLACKPINK
- เคสของ Dubai Chocolate: ช็อกโกแลตสอดไส้พิสตาชิโอครีมที่โด่งดังไปทั่วโลกจากวิดีโอ TikTok เพียงคลิปเดียวตอนปลายปี 2023 รุนแรงถึงขนาดทำให้ราคาถั่วพิสตาชิโอในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น
อัลกอริทึมที่เปลี่ยนผู้ใหญ่ให้กลับเป็นเด็ก
นักวิจารณ์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "วัฒนธรรมโดพามีน" (Dopamine Culture) ซึ่งหมายถึงภาวะที่ชีวิตออนไลน์ของเราถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นและสร้างความตื่นเต้นเป็นหลัก กลยุทธ์ที่เคยใช้ได้ผลกับเด็กๆ ในการขายของเล่นสีสดใสหรือขนมหวาน ตอนนี้กลับได้ผลกับผู้ใหญ่เช่นกัน เพราะอัลกอริทึมลดทอนความสามารถในการยับยั้งชั่งใจของเรา และทำให้เราตอบสนองต่อสิ่งเร้าเฉพาะหน้าได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสที่มาไวไปไวนี้ก็ยังมีแง่มุมที่ดีอยู่บ้าง เพราะเทรนด์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นสิ่งที่ "จับต้องได้" และกระตุ้นให้ผู้คนต้องออกไปใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริงเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการออกตามล่ากระต่ายหน้าตาทะเล้นหรือการไปต่อคิวซื้อช็อกโกแลต
สุดท้ายแล้ว ผู้คนอาจไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าสิ่งทีได้มาจะเป็นของแท้หรือไม่ เพราะคุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้า แต่อยู่ที่ "ประสบการณ์" ที่ได้รับ มันคือเหตุผลดีๆ ที่ทำให้เรายอมหยุดไถหน้าจอ และยอมละทิ้งโลกออนไลน์เพื่อออกไปเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ร่วมกับผู้คนในโลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งครับ