เซินเจิ้นเดิมพันหมื่นล้าน ปั้นกองทัพ AI สตาร์ตอัป
เซินเจิ้นเปิดตัว Shenzhen Foundation Model AI Eco-Hub (โม่ว์ลี่อิ๋ง) ศูนย์บ่มเพาะ AI ที่ขับเคลื่อนโดยรัฐบาลท้องถิ่นหนานซาน เพื่อผลักดันสตาร์ตอัปจีนบุกตลาดโลก โดยชูจุดเด่นที่ความเร็วในการพัฒนา ซึ่งหาตัวจับยากด้วยซัพพลายเชนฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่งมานานกว่า 30 ปี (คิดวันนี้ ทำตัวอย่างพรุ่งนี้ ขายนักลงทุนสัปดาห์หน้า)
นโยบาย "Six-in-One" แจกหนักจัดเต็ม
รัฐบาลอัดฉีดแบบครบวงจรเพื่อดึงดูดคนเก่ง:
- เงินทุน: กองทุนรวมกว่า 10,000 ล้านบาท (สนับสนุนรายละไม่เกิน 25 ล้านบาท) และเงินทุนตั้งตัวผู้ก่อตั้งอีกราว 3 ล้านบาท
- สวัสดิการ: ฟรีที่พัก ฟรีค่าเช่าออฟฟิศช่วงเริ่มต้น และมี Mentor ดูแล
- สนามทดลอง (Scenario): มีพื้นที่ให้เอา AI ไปทดลองใช้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน โลจิสติกส์ พร้อมเงินทุนสนับสนุนเพิ่ม
โมเดลการเติบโตแบบ "1+N+X"
- 1 (Core): ตัวศูนย์กลาง AI Eco-Hub
- N (Sub-Hub): แตกแขนงเจาะลึกเฉพาะทาง เช่น การแพทย์, หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robotics) และการศึกษา
- X (Network): เครือข่ายพันธมิตระดับโลก ทั้ง Big Tech (เช่น AWS, Intel) และมหาวิทยาลัย
Talent Density: แหล่งรวมหัวกะทิ
จาก 500 บริษัทที่สมัคร มี 142 บริษัทที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งโปรไฟล์ผู้ก่อตั้งไม่ธรรมดา:
- 82 บริษัท ก่อตั้งโดยผู้จบปริญญาเอก
- 64 บริษัท มาจากอดีตตัวท็อปของ Tencent, Alibaba, Huawei และ ByteDance
- 88 บริษัท มีโปรไฟล์จบนอกหรือเคยทำงานต่างประเทศ
ส่อง 3 สตาร์ตอัปดาวรุ่งในโครงการ
- Emerging AI: ทำระบบ AI Infrastructure ให้องค์กรใหญ่ (การเงิน, การบิน) ดึง AI ไปใช้ได้ง่าย ๆ เหมือนระบบ Cloud
- LOOK AI: ใช้ Generative AI เจาะวงการแฟชั่น แปลงภาพร่าง (Draft) ให้เป็นภาพเสื้อผ้าเสมือนจริงได้ในไม่กี่นาที
- SENGINE AI: พัฒนา Spatial Computing (การคำนวณเชิงพื้นที่) เพื่อนำไปใช้สร้างระบบ Smart City เกม และ VR ให้สมจริงยิ่งขึ้น
ความท้าทายและข้อจำกัดที่ต้องเจอ
แม้จะเดินเกมแบบ "บุกทั้งกระดาน" (มีทั้งเงิน คน ตลาด และโรงงาน) แต่เซินเจิ้นยังต้องเจอโจทย์หิน:
- สงครามชิป: การโดนสหรัฐฯ แบนไม่ให้เข้าถึงชิปขั้นสูง อาจเป็นคอขวดในอนาคต
- กฎหมายในประเทศ: รัฐบาลจีนมักควบคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับการปล่อยให้พัฒนา
- ความเสี่ยงฟองสบู่: เงินทุนที่หนาแน่นเกินไปอาจทำให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดจนเกินพอดี